ดูดไขมันเจ็บไหม ? ตอนทำรู้สึกอย่างไร ?
ดูดไขมันเจ็บไหม ? ตอนทำรู้สึกอย่างไร ? : สำหรับคำถามเรื่องการดูดไขมัน (Liposuction) ความกังวลเรื่อง “ความเจ็บ” ถือเป็นกำแพงด่านแรกที่ทำให้หลายคนลังเลใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้เป็นอย่างยิ่งครับ เพราะการดูดไขมันถือเป็นการศัลยกรรมรูปร่างที่มีการสอดท่อเข้าไปใต้ผิวหนัง
ก่อนที่จะตอบว่า “เจ็บไหม” หรือ “รู้สึกอย่างไร” ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ความรู้สึกขณะทำจะขึ้นอยู่กับ วิธีระงับความเจ็บปวด ที่แพทย์เลือกใช้ ซึ่งหลักๆ มี 2 รูปแบบ ดังนี้ครับ:
1. การใช้ยาชาเฉพาะที่ (Local Anesthesia / Tumescent Technique) วิธีนี้คนไข้จะรู้สึกตัวตลอดเวลา สามารถพูดคุยกับแพทย์ได้ และแพทย์สามารถบอกให้คนไข้ขยับตัวหรือเกร็งกล้ามเนื้อเพื่อให้ดูดไขมันได้รูปทรงที่สวยงามยิ่งขึ้น (วิธีนี้เป็นที่นิยมมากที่สุดสำหรับการดูดไขมันเฉพาะจุดหรือพื้นที่ไม่ใหญ่มาก)
2. การให้ยานอนหลับผ่านสายน้ำเกลือ (IV Sedation) หรือ การดมยาสลบ (General Anesthesia) วิธีนี้คนไข้จะหลับลึก ไม่รู้สึกตัว และไม่รับรู้เหตุการณ์ใดๆ ขณะทำหัตถการเลย เหมาะสำหรับคนที่กลัวมากๆ หรือมีการดูดไขมันหลายตำแหน่งทั่วร่างกายพร้อมกัน (ต้องดูแลโดยวิสัญญีแพทย์อย่างใกล้ชิด)
หากได้รับการประเมินอย่างถูกต้องและรักษาโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์
ดูดไขมันเจ็บไหม ?
ดูดไขมันเจ็บไหม ? เมด้าคลินิก
ตอนทำไม่เจ็บอย่างที่คิด แต่จะไปรู้สึกระบมคล้ายๆ ตอนหลังออกกำลังกายหนักๆหลังทำขอแบ่งความรู้สึกออกเป็น 2 ช่วงหลักๆ ดังนี้
1. ตอนกำลังทำรู้สึกอย่างไร?
ความรู้สึกจะขึ้นอยู่กับ “วิธีระงับความเจ็บปวด” ที่เลือกใช้ครับ:
กรณีใช้การฉีดยาชาเฉพาะจุด (Local Anesthesia):
ตอนฉีดยาชา: จะเจ็บจี๊ดๆ แสบๆ ช่วงที่หมอจิ้มเข็มและเดินยาชาเข็มแรกๆ (คล้ายๆ ตอนฉีดยาชาทำฟัน)
ตอนดูดไขมัน: หลังจากยาชาออกฤทธิ์เต็มที่ จะไม่รู้สึกเจ็บเลยครับ แต่จะรู้สึกถึงแรงกระแทก ตื้อๆ หรือมีความรู้สึกว่ามีท่อขยับไปมาอยู่ใต้ผิวหนัง รวมถึงอาจได้ยินเสียงเครื่องมือทำงานบ้าง
2. หลังทำเสร็จ (เมื่อยาชาหมดฤทธิ์) รู้สึกอย่างไร?
หลังจากผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง ยาชาจะเริ่มหมดฤทธิ์ ความรู้สึกที่จะตามมาคือ:
ความรู้สึกระบม: ไม่ถึงกับเจ็บปวดทรมานจนทนไม่ไหว แต่จะรู้สึกตึง แน่น และระบมระบม คล้ายกับอาการ “ระบมกล้ามเนื้อขั้นสุด” เหมือนเราเพิ่งไปวิ่งมาราธอนหรือทำ Sit-up มาเป็นพันๆ ครั้ง
อาการล้าและบวม: บริเวณที่ทำจะเริ่มบวมและอาจมีรอยเขียวช้ำ ซึ่งเป็นเรื่องปกติมาก และอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
รู้จักเทคโนโลยีเครื่องดูดไขมัน (เลือกให้ตรงกับความต้องการ)
รู้จักเทคโนโลยีเครื่องดูดไขมัน (เลือกให้ตรงกับความต้องการ)
• เน้นดูดทิ้งปริมาณมาก + หุ่นกระชับ (Vaser / UltraZ – พลังงานคลื่นเสียง Ultrasound):
การทำงาน: ใช้คลื่นเสียงสร้างความร้อนไปละลายไขมันก้อนแข็งๆ ให้กลายเป็นของเหลวเหมือนน้ำมัน ทำให้ดูดออกได้ง่ายและได้ปริมาณมาก
เหมาะกับใคร: คนที่มีไขมันสะสมหนาๆ เช่น บริเวณหน้าท้อง ต้นขา หรือสะโพก
เน้นดูดเพื่อเอาไปเติมส่วนอื่นต่อ
• เน้นผิวตึงกระชับเป็นพิเศษ (BodyTite / J-Plasma / Renuvion):
การทำงาน: ไม่ใช่เครื่องดูดไขมันหลัก แต่เป็นเทคโนโลยีพลังงานความร้อน (RF หรือ พลาสมา) ที่หมอมักใช้ ทำควบคู่ไปกับการดูดไขมัน เพื่อจี้ให้ชั้นผิวหนังใต้ผิวหดรัดตัวทันทีหลังไขมันหายไป
เหมาะกับใคร: คนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยร่วมด้วย หรือคุณแม่หลังคลอดที่หน้าท้องย้วย
หลักการทำงานของ BodyTite (ทำไมถึงกระชับผิวได้?)
หลักการทำงานของ BodyTite (ทำไมถึงกระชับผิวได้?)
BodyTite ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า RFAL (Radio-Frequency Assisted Lipolysis) หรือการใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุในการทำงาน โดยหัวเครื่องมือจะมีลักษณะเป็นท่อเล็กๆ (Cannula) แหย่ลงไปใต้ผิวหนัง และมีหัวรับพลังงานอยู่ด้านบนผิวหนังคู่กัน:
• สลายไขมัน: ปล่อยความร้อนระดับที่พอเหมาะลงไปหลอมละลายไขมันก้อนๆ ให้กลายเป็นน้ำมันเหลวๆ ทำให้คุณหมอดูดออกมาได้ง่ายและเกลี้ยงเกลามากขึ้น โดยเนื้อเยื่อรอบๆ บอบช้ำน้อย
• หดกระชับผิว: ความร้อนจากคลื่น RF จะวิ่งเข้าหากันระหว่างหัวด้านบนและด้านล่าง ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นคอลลาเจนและทำให้โครงสร้างชั้นผิวเกิดการ “หดรัดตัว (Skin Tightening)” คล้ายกับการรีดผ้าให้เรียบตึงทันทีหลังไขมันถูกดูดออกไป
ข้อดีเด่นของ การดูดไขมัน BodyTite
• ทำ 2 อย่างในขั้นตอนเดียว: สลายไขมัน + ยกกระชับผิวไปพร้อมๆ กัน ไม่ต้องมาทำเครื่องยกกระชับแยกทีหลัง
• บวมช้ำน้อย ฟื้นตัวไว: ความร้อนจากคลื่น RF ช่วยห้ามเลือดและปิดเส้นเลือดขนาดเล็กในตัวขณะทำ ทำให้หลังทำเลือดออกน้อยมาก อาการเขียวช้ำระบมจึงน้อยกว่าการดูดไขมันแบบดั้งเดิม
• ความปลอดภัยสูง (ป้องกันผิวไหม้): ตัวเครื่องมีระบบ Thermal Monitoring มอนิเตอร์อุณหภูมิที่ผิวหนังตลอดเวลา หากความร้อนสูงเกินไป เครื่องจะตัดการทำงานอัตโนมัติ ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องผิวไหม้ (Burn) ได้ดีมาก
ความรู้สึก "หลังทำเสร็จและกลับบ้าน"
เมื่อยาชาหรือยาสลบหมดฤทธิ์ นี่คือสิ่งที่คุณจะต้องเผชิญในช่วงพักฟื้นครับ:
อาการปวดระบม (Muscle Soreness): ความรู้สึกหลังทำจะไม่ใช่การปวดแสบปวดร้อนที่แผล แต่จะเป็นอาการ “ปวดระบมช้ำลึกๆ” ความรู้สึกจะคล้ายกับเวลาที่คุณไปออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงมากๆ (Heavy Workout) จนกล้ามเนื้อล้าและระบม หรือคล้ายกับอาการฟกช้ำจากการเดินชนขอบโต๊ะแรงๆ
อาการบวมตึง: บริเวณที่ดูดไขมันจะบวมเต่งและมีรอยเขียวช้ำ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกาย อาการเหล่านี้จะชัดเจนที่สุดในช่วง 3-5 วันแรก
การเคลื่อนไหว: ในช่วงสัปดาห์แรก การขยับตัว ลุก นั่ง หรือเดิน อาจจะรู้สึกตึงรั้งและทำได้ช้าลง
หลังการดูดไขมัน จะดูแลตัวเองอย่างไร
- ทำแผลวันละครั้ง ตามคำแนะนำ
- ควรกลับบ้านพักผ่อน และควรเริ่มเดินทันทีเพื่อป้องกันการเกิดก้อนเลือดอุดตันที่ขา และเพื่อช่วยระบายของเสียออกจากแผล
- งดการอาบน้ำ สามารถอาบน้ำได้ในวันถัดไป หลังจากที่ทำการติดพาสเตอร์กันน้ำ ใช้พาสเตอร์กันน้ำ แปะแผลก่อนอาบน้ำทุกครั้ง บางท่านอาจมีอาการแพ้ อาจใส่เฉพาะว่าก่อนอาบน้ำก็พอ ไม่ต้องใส่ตลอดเวลา
- อย่าให้แผลโดนแดด เพราะอาจจะทำให้แผลมีสีดำได้
- ใส่ชุดกระชับตลอด 24 ชม. ใน 3 วันแรก และหลังจากนั้นใส่เพียงวันละ 12 ชม. เพื่อให้เลือดไหลเวียน เป็นเวลา 1 เดือน
- ใส่ชุดกระชับที่ออกแบบมาสำหรับการดูดไขมัน BodyTiteเสมอ เพื่อให้ผิวกระชับได้เร็วขึ้น
- หากมีแผลด้านใน บริเวณขา พยายามไม่ให้แผลโดนปัสสาวะ เพี่อป้องกันการติดเชื้อ
- งดกิจกรรมหนัก เพื่อป้องกันแผลเปิดสักระยะ สามารถออกกำลังกายเบาๆ ได้ ส่วนออกกำลังกายหนัก เริ่มทำได้หลังการดูดไขมัน 2 อาทิตย์
- งดทานของเค็ม และแอลกอฮอล์ รวมถึงของหมักดองเพื่อไม่ให้แผลหายช้า
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ และทางคลินิกอย่างเคร่งครัด
About us
ดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ผ่านการอบรมและมีใบรับรองจากหลายสถาบัน
ทีมแพทย์ของเรา
ดร.นพ.ธีรศักดิ์ แพทยาดิกุล
Dr.Teerasak Pattayadeekul
อาจารย์พิเศษ Dermatology and Regenerative medicine สำนักเวชศาสตรชะลอวัย ม.แม่ฟ้าหลวง / แพทย์ปริญญาเอก สาขา ผิวหนัง ศัลยกรรมผิวหนัง/เลเซอร์/ความงาม
- Fellow in dermato surgery & LASER รามาธิบดี
- Vissiting fellow dermatology Juntendo Dermatology & Dermatopathology.
- MD.Msc.Phd in Dermatology / LASER / Aesthetic Surgery.
- Fellow in LASER surgey and Facial plastic surgery Fort Lauaderdel Florida USA
- Diploma of Hair Transplantation by Thai association and Academy of Cosmetic surgery and medicine
- Diplomate American board hair transplsnt ( ABHRS)
พญ.ทวีพร ตรีประภากร
Dr.Thaweeporn Treepraphakorn
แพทย์สาขาศัลยกรรมความงาม/เลเซอร์/ปลูกผม
แพทย์ อเมริกันบอร์ดปลูกผม (ABHRS)
- Fellowship in Cosmetic Surgery/ Korean college of Cosmetic Surgery
- Diplomate American Board of Hair Restoration Surgery/ABHRS
- International Board of Hair Restoration Surgery / IBHRS
- Certificate Hair transplantation By Korean Society of Hair Restoration Surgery
- Member in association of Aesthetic Anti-aging Surgery,Thailand
- Member of International Society of Hair Restoration Surgery (ISHRS)
- Certificate Liposuction and Fat grafting by Korean college of Cosmetic Surgery
- Master degree in Dermatology (MSc)
เมด้าคลินิกมี 5 สาขา ใกล้บ้านท่าน
สาขา เชียงใหม่
เลขที่ 574 ถนน เชียงใหม่-ลำปาง ต.ท่าศาลา อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่
เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์ 10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.
สาขา โครงการมีโชคพลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่
206/17 ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมือง จ.เชียงใหม่
Tel.053-230258 /062-3103799 /062-3103800
เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์ 10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.
สาขา พัทยา
194/5-6 ถนนพัทยากลาง อำเภอางละมุง เทศบาลเมืองชลบุรี 20150
เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์ 10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.
สาขา ภูเก็ต
92 54-55 ถ. เทพกระษัตรี ตำบล เกาะแก้ว เมืองภูเก็ต 83000 Tel.082-1037758
เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์ 10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.
สาขา กรุงเทพ ดอนเมือง
161/6 ซอยวิภาวดีรังสิต 33 แขวงสนามบินดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210
Tel 093-1315596
เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์ 10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.









































