LINE
หมอ
คลินิกปรับรูปหน้า

ทำไมต้องแก้จมูกเทคนิค Open ?

ทำไมต้องแก้จมูกเทคนิค Open ? : การผ่าตัด แก้จมูกเทคนิค Open เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในผู้ที่เคยเสริมจมูกมาแล้ว และกำลังพบปัญหา เช่น จมูกเอียง ปลายบาง ซิลิโคนทะลุ ทรงไม่สวย หรือมีพังผืดสะสมจากการผ่าตัดครั้งก่อน เพราะการแก้จมูกไม่ใช่เพียงแค่ “เปลี่ยนซิลิโคนใหม่” แต่คือการปรับโครงสร้างจมูกทั้งหมดให้กลับมาสวยและปลอดภัยอีกครั้ง ที่ Meda Clinic ทีมแพทย์ให้ความสำคัญกับการประเมินโครงสร้างจมูกเดิมอย่างละเอียด เพื่อเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับแต่ละเคส ซึ่งในหลายกรณี เทคนิค Open Rhinoplasty ถือเป็นวิธีที่ตอบโจทย์ที่สุด ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ หากได้รับการประเมินอย่างถูกต้องและรักษาโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์

ทำไมต้องแก้จมูกเทคนิค Open ? Mead Clinic

ทำไมต้องแก้จมูกเทคนิค Open ?

เทคนิค Open คืออะไร?

Open Rhinoplasty คือการเปิดแผลบริเวณฐานจมูก (Columella) ร่วมกับแผลด้านในรูจมูก ทำให้แพทย์สามารถเปิดเห็นโครงสร้างภายในจมูกได้ชัดเจน ทั้งกระดูกอ่อน เนื้อเยื่อ พังผืด และตำแหน่งซิลิโคนเดิม

ข้อดีคือช่วยให้แพทย์ทำงานได้ละเอียด แม่นยำ และแก้ไขปัญหาซับซ้อนได้ตรงจุดกว่าการเสริมแบบปิด (Closed Technique)

ใครบ้างที่เหมาะกับการแก้จมูกเทคนิค Open ?

1. คนที่มีปัญหาโครงสร้างจมูกชัดเจน
• จมูกสั้น (Short Nose) หรือจมูกเหิน: คนที่ปลายจมูกเชิดจนเห็นรูจมูกชัด เทคนิคนี้สามารถยืดผนังกั้นจมูกเพื่อดึงปลายจมูกให้ยาวลงมาได้จริง
• จมูกชมพู่ (Bulbous Tip): คนที่ปลายจมูกใหญ่ เนื้อเยอะ หรือกระดูกอ่อนปลายจมูกบานออก หมอจะสามารถเลาะไขมันส่วนเกินและเย็บกระดูกอ่อนให้เล็กลงได้
• จมูกมีฮัมพ์สูง (Hump): คนที่มีสันจมูกโก่งเหมือนนกแก้ว การเปิดแบบโอเพ่นช่วยให้หมอตะไบหรือตัดแต่งกระดูกส่วนเกินออกได้อย่างเรียบเนียนที่สุด

2. คนที่ฐานจมูกกว้าง (Wide Base)
• หากคุณรู้สึกว่าจมูกดูแบนเพราะฐานกระดูกกว้าง เทคนิคโอเพ่นจะเปิดโอกาสให้หมอทำ การตอกฐานกระดูก (Osteotomy) เพื่อหุบฐานจมูกให้แคบลง ทำให้จมูกดูเรียวมีมิติโดยไม่ต้องพึ่งซิลิโคนหนาๆ

3. เคสแก้ (Revision Rhinoplasty)
นี่คือกลุ่มที่เหมาะสมที่สุด เพราะการแก้จมูกมักมีปัญหาซับซ้อนซ่อนอยู่:
• เคยซิลิโคนเบี้ยวเอียง: มักเกิดจากแกนจมูกเดิมคด หมอจะเข้าไปปรับแกนกลางให้ตรงก่อนเสริมใหม่
• มีพังผืดเยอะ: เคสที่ทำมานานหรือเคยอักเสบ จะมีพังผืดดึงรั้งจนจมูกผิดรูป การเปิดโอเพ่นช่วยให้เลาะพังผืดออกได้สะอาดที่สุด
• ปลายจมูกบาง/ใกล้ทะลุ: สำหรับคนที่ต้องการแก้เพื่อความปลอดภัยในระยะยาว โดยการเอาซิลิโคนที่ปลายออกแล้วแทนที่ด้วยกระดูกอ่อนตัวเอง

4. คนที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุด (Long-term Safety)
• ผู้ที่กังวลเรื่องการทะลุในอนาคต และต้องการทรงจมูกที่ “ไร้สิ่งแปลกปลอมที่ปลายจมูก” (ใช้วัสดุตัวเอง 100% ในส่วนปลาย) ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงได้ดีกว่าการเสริมแบบปิดที่ต้องพึ่งซิลิโคนและอาจเกิดแรงดันที่ผิวหนัง

ทำไมต้องแก้จมูกเทคนิค Open ?

ทำไมการแก้จมูกหลายเคสต้องใช้เทคนิค Open ?

1. เห็นปัญหาภายในชัดเจน แก้ได้ตรงจุด

ในเคสแก้จมูก มักมีพังผืด ซิลิโคนเบี้ยว หรือเนื้อเยื่อผิดรูปจากการผ่าตัดครั้งก่อน หากใช้เทคนิคปิดอาจมองเห็นไม่ครบ

เทคนิค Open ช่วยให้แพทย์เห็นโครงสร้างทั้งหมด จึงแก้ไขได้แม่นยำกว่า


2. เหมาะกับเคสจมูกเบี้ยว เอียง หรือทะลุ

หากจมูกเอียงจากแกนเดิมไม่ตรง หรือปลายบางใกล้ทะลุ การเปิดจมูกจะช่วยจัดฐานใหม่ ปรับแนวกระดูกอ่อน และลดแรงดันจากวัสดุเดิม

ทำให้ผลลัพธ์สวยขึ้นและลดโอกาสเกิดปัญหาซ้ำ


3. เสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนอย่างปลอดภัย

หลายเคสที่เคยเสริมมาแล้ว ปลายจมูกจะบางลง การใช้เทคนิค Open ช่วยให้แพทย์สามารถรองปลายด้วยกระดูกอ่อนหลังหู หรือกระดูกอ่อนผนังกั้นจมูกได้อย่างละเอียด

ช่วยเพิ่มมิติปลายจมูกและลดความเสี่ยงทะลุในอนาคต


4. ปรับทรงได้ละเอียดกว่าเดิม

หากต้องการแก้ทรงให้ละมุนขึ้น ดูธรรมชาติ หรือปรับปลายพุ่งแบบมีมิติ เทคนิค Open จะควบคุมรายละเอียดได้ดีกว่า เช่น

  • ปรับหยดน้ำปลายจมูก
  • แก้ปลายงุ้ม
  • แก้ปลายเชิดเกินไป
  • เพิ่มความคมชัดของสันจมู
ทำไมต้องแก้จมูกเทคนิค Open ?

ทำไมการแก้จมูกหลายเคสต้องใช้เทคนิค Open ?

1. เห็นปัญหาภายในชัดเจน แก้ได้ตรงจุด

ในเคสแก้จมูก มักมีพังผืด ซิลิโคนเบี้ยว หรือเนื้อเยื่อผิดรูปจากการผ่าตัดครั้งก่อน หากใช้เทคนิคปิดอาจมองเห็นไม่ครบ

เทคนิค Open ช่วยให้แพทย์เห็นโครงสร้างทั้งหมด จึงแก้ไขได้แม่นยำกว่า


2. เหมาะกับเคสจมูกเบี้ยว เอียง หรือทะลุ

หากจมูกเอียงจากแกนเดิมไม่ตรง หรือปลายบางใกล้ทะลุ การเปิดจมูกจะช่วยจัดฐานใหม่ ปรับแนวกระดูกอ่อน และลดแรงดันจากวัสดุเดิม

ทำให้ผลลัพธ์สวยขึ้นและลดโอกาสเกิดปัญหาซ้ำ


3. เสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนอย่างปลอดภัย

หลายเคสที่เคยเสริมมาแล้ว ปลายจมูกจะบางลง การใช้เทคนิค Open ช่วยให้แพทย์สามารถรองปลายด้วยกระดูกอ่อนหลังหู หรือกระดูกอ่อนผนังกั้นจมูกได้อย่างละเอียด

ช่วยเพิ่มมิติปลายจมูกและลดความเสี่ยงทะลุในอนาคต


4. ปรับทรงได้ละเอียดกว่าเดิม

หากต้องการแก้ทรงให้ละมุนขึ้น ดูธรรมชาติ หรือปรับปลายพุ่งแบบมีมิติ เทคนิค Open จะควบคุมรายละเอียดได้ดีกว่า เช่น

  • ปรับหยดน้ำปลายจมูก
  • แก้ปลายงุ้ม
  • แก้ปลายเชิดเกินไป
  • เพิ่มความคมชัดของสันจมู
ทำไมต้องแก้จมูกเทคนิค Open ?

การเลือก "ทรงจมูก" ให้เข้ากับรูปหน้า (Face Ratio)

เทคนิคโอเพ่นช่วยให้คุณสั่งทำทรงจมูกได้ดั่งใจ แต่ควรคำนึงถึง Golden Ratio ของใบหน้าด้วย:

• องศาระหว่างหน้าผากกับสันจมูก: ควรอยู่ที่ประมาณ 115°–135°
• องศาระหว่างจมูกกับริมฝีปาก (Nasolabial Angle): สำหรับผู้หญิงควรอยู่ที่ 95°–105° (จมูกจะดูเชิดนิดๆ ดูอ่อนเยาว์) ส่วนผู้ชายควรอยู่ที่ 90°–95° (จมูกตรงดูคมเข้ม)
• อย่าเน้นแต่ “ความโด่ง”: เพราะความสวยของเทคนิคโอเพ่นคือ “ความสโลป” และ “ปลายหยดน้ำ” ที่ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการเป็นแท่ง

ทำไมต้องแก้จมูกเทคนิค Open ?​

การเตรียมตัวก่อนเสริมจมูก

1. งดกลุ่มยาและอาหารเสริม (สำคัญมาก)
ต้องงดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด เพราะส่งผลต่อการไหลของเลือดและการบวม:
• ยาแก้ปวด/แก้อักเสบ เพราะจะทำให้เลือดหยุดไหลช้า
• อาหารเสริมที่ทำให้เลือดออกง่าย: น้ำมันปลา (Fish Oil), วิตามิน E, แปะก๊วย, โสม, กระเทียมสกัด หรือสมุนไพรต่างๆ
• ยาลดสิว: กลุ่ม Isotretinoin (เช่น Roaccutane) ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะอาจมีผลต่อการสมานแผล
2. ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต
• งดสูบบุหรี่: อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ (ทั้งก่อนและหลังทำ) เพราะนิโคตินทำให้เส้นเลือดหดตัว แผลจะหายช้าและเสี่ยงเนื้อเยื่อตาย
• งดแอลกอฮอล์: อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อลดโอกาสการบวมช้ำและการอักเสบ
• การดูแลสุขภาพ: พยายามอย่าให้เป็นหวัด ไอ หรือมีน้ำมูกในช่วงที่จะผ่าตัด หากป่วยควรแจ้งคลินิกทันทีเพื่อเลื่อนนัด
3. การเตรียมตัวเรื่องอาหาร (กรณีดมยาสลบ)
เนื่องจากการทำโอเพ่นส่วนใหญ่ต้องดมยาสลบ:
• NPO (งดน้ำและอาหาร): ต้องงดอย่างเคร่งครัด 6-8 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด (รวมถึงน้ำเปล่าและลูกอม) เพื่อป้องกันการสำลักอาหารเข้าปอดระหว่างดมยาสลบ
• มื้อสุดท้าย: ควรทานอาหารที่ย่อยง่าย ไม่รสจัด
4. วันที่มาผ่าตัด (The Big Day)
• ความสะอาด: สระผมให้เรียบร้อย (เพราะหลังทำจะสระยาก) ล้างหน้าให้สะอาด งดแต่งหน้า และ งดทาเล็บ (เพราะแพทย์ต้องตรวจเช็คสีเล็บเพื่อดูระดับออกซิเจนในเลือด)
• เครื่องแต่งกาย: ใส่เสื้อผ้าที่เป็น “กระดุมหน้า” เพื่อให้ถอดเปลี่ยนได้ง่ายโดยไม่กระทบกระเทือนจมูกหลังผ่าตัด
• ของมีค่า: ถอดเครื่องประดับทุกชนิด รวมถึงคอนแทคเลนส์ (ควรใส่แว่นมาแทน)
• ผู้ติดตาม: ไม่ควรขับรถกลับเอง ควรมีเพื่อนหรือญาติมารับ เนื่องจากอาจยังมีอาการมึนงงจากยาสลบ
5. เตรียม “Home Recovery Kit” ไว้ที่บ้าน
เตรียมของเหล่านี้ไว้ล่วงหน้า จะได้ไม่ต้องลำบากออกไปหาซื้อหลังผ่าตัดครับ:
• หมอนรองคอ: สำหรับนอนหนุนสูง 3-5 วันแรก
• อุปกรณ์ประคบ: เจลประคบ (Cold Pack) สำหรับลดบวม
• อุปกรณ์ทำแผล: น้ำเกลือล้างแผล, สำลีปราศจากเชื้อ, คอตตอนบัด, ยาทาแผลตามที่หมอสั่ง
• อาหารที่ทานง่าย: โจ๊ก ข้าวต้ม น้ำมะพร้าว หรือใบบัวบก (ช่วยลดบวม)

ทำไมต้องแก้จมูกเทคนิค Open ?

การดูแลดูแลตัวเองหลังเสริมจมูก

1. การนอนและการลดบวม (3-5 วันแรก)
• นอนหนุนศีรษะสูง: ใช้หมอนซ้อนกัน 2-3 ใบ หรือใช้หมอนรองคอช่วย เพื่อให้เลือดไหลเวียนดีและลดอาการบวมเทลงที่ใบหน้า ห้ามนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ อย่างน้อย 1 เดือน
• ประคบเย็น (48 ชม. แรก): ประคบบริเวณข้างแก้ม หน้าผาก และรอบๆ จมูก (ห้ามวางทับบนจมูกโดยตรง) เพื่อให้หลอดเลือดหดตัวและลดความเจ็บปวด
• ประคบอุ่น (ตั้งแต่วันที่ 4): เมื่อความบวมเริ่มคงที่ ให้เปลี่ยนมาประคบอุ่นเพื่อช่วยสลายรอยช้ำและให้พังผืดนิ่มลง
2. การทำความสะอาดแผล (ความสะอาดคือหัวใจ)
• ห้ามแผลโดนน้ำ: จนกว่าจะตัดไหม (ปกติ 7-14 วัน) ให้ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำหรือแผ่นเช็ดทำความสะอาดหน้าแทน
• เช็ดแผลด้วยน้ำเกลือ: ใช้คอตตอนบัดชุบน้ำเกลือ (Normal Saline) เช็ดคราบเลือดและน้ำเหลืองบริเวณรอยแผลที่ฐานจมูกและในรูจมูกอย่างเบามือ วันละ 2-3 ครั้ง
• ทายาฆ่าเชื้อ: หลังจากเช็ดน้ำเกลือ ให้ทายาฆ่าเชื้อ (Ointment) ที่คุณหมอจัดให้ เพื่อให้แผลชุ่มชื้นและสมานตัวได้ดี
3. อาหารที่ควรเลือกและควรเลี่ยง
• ควรทาน: อาหารที่มีโปรตีนสูงช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ, น้ำมะพร้าว, น้ำใบบัวบก หรือฟักทอง (ช่วยลดบวมได้ดีมาก)
• งดอาหารแสลง (1 เดือน):
• ของหมักดอง: ปลาร้า, ผลไม้ดอง (เพราะมีแบคทีเรียเสี่ยงต่อการอักเสบ)
• อาหารทะเล: บางคนอาจมีอาการแพ้หรือคันแผล
• อาหารรสจัด/ร้อนจัด: ทำให้เหงื่อออกและน้ำมูกไหล ซึ่งอาจทำให้แผลเปียกและติดเชื้อได้
• แอลกอฮอล์และบุหรี่: ทำลายการสร้างคอลลาเจนและทำให้แผลหายช้ากว่าปกติ 2 เท่า
4. กิจกรรมที่ต้องระวัง
• งดออกกำลังกายหนัก: อย่างน้อย 1 เดือน เพื่อป้องกันแรงกระแทกและการเพิ่มขึ้นของความดันเลือดที่อาจทำให้จมูกบวม
• หลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูก: หากคัดจมูกให้ใช้การเช็ดหรือหยอดน้ำเกลือแทน
• การใส่แว่น: หากเป็นไปได้ควรเลี่ยงการใส่แว่นตาที่กดทับสันจมูกในช่วง 1 เดือนแรก (แนะนำให้ใช้คอนแทคเลนส์หรือติดเทปช่วยพยุงแว่น)

Review

About us​

ดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ผ่านการอบรมและมีใบรับรองจากหลายสถาบัน

ทีมแพทย์ของเรา

หมอ
หมอ

ดร.นพ.ธีรศักดิ์ แพทยาดิกุล
Dr.Teerasak Pattayadeekul

อาจารย์พิเศษ Dermatology and Regenerative medicine สำนักเวชศาสตรชะลอวัย ม.แม่ฟ้าหลวง / แพทย์ปริญญาเอก สาขา ผิวหนัง ศัลยกรรมผิวหนัง/เลเซอร์/ความงาม

  • Fellow in dermato surgery & LASER รามาธิบดี
  • Vissiting fellow dermatology Juntendo Dermatology & Dermatopathology.
  • MD.Msc.Phd in Dermatology / LASER / Aesthetic Surgery.
  • Fellow in LASER surgey and Facial plastic surgery Fort Lauaderdel Florida USA
  • Diploma of Hair Transplantation by Thai association and Academy of Cosmetic surgery and medicine
  • Diplomate American board hair transplsnt ( ABHRS)
หมอ

พญ.ทวีพร ตรีประภากร
Dr.Thaweeporn Treepraphakorn

แพทย์สาขาศัลยกรรมความงาม/เลเซอร์/ปลูกผม
แพทย์ อเมริกันบอร์ดปลูกผม (ABHRS)

  • Fellowship in Cosmetic Surgery/ Korean  college of Cosmetic Surgery
  • Diplomate American Board of Hair Restoration  Surgery/ABHRS
  • International Board of Hair Restoration Surgery / IBHRS
  • Certificate Hair transplantation By Korean Society of Hair Restoration Surgery
  • Member in association of Aesthetic Anti-aging Surgery,Thailand
  • Member of International Society of Hair Restoration Surgery (ISHRS)
  • Certificate Liposuction and Fat grafting by Korean college of Cosmetic Surgery
  • Master degree in Dermatology (MSc)
หมอ
หมอ
หมอ
หมอ

line

เมด้าคลินิกมี 5 สาขา ใกล้บ้านท่าน

meda

สาขา เชียงใหม่
เลขที่ 574 ถนน เชียงใหม่-ลำปาง ต.ท่าศาลา อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์   10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.

lanna

สาขา โครงการมีโชคพลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่
206/17 ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมือง จ.เชียงใหม่
Tel.053-230258 /062-3103799 /062-3103800

เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์   10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.

phd

สาขา พัทยา
194/5-6 ถนนพัทยากลาง อำเภอางละมุง เทศบาลเมืองชลบุรี 20150

เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์   10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.

phd

สาขา ภูเก็ต

92 54-55 ถ. เทพกระษัตรี ตำบล เกาะแก้ว เมืองภูเก็ต 83000 Tel.082-1037758

เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์   10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.

phd

สาขา กรุงเทพ ดอนเมือง
161/6 ซอยวิภาวดีรังสิต 33 แขวงสนามบินดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210
Tel 093-1315596

เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์   10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.