รักษาผมร่วง กรุงเทพ
รักษาผมร่วง กรุงเทพ การรักษาอาการผมร่วงแบบไม่ผ่าตัด (Non-Surgical Hair Restoration) และการรักษาแบบผ่าตัด โดยทีมแพทย์ผิวหนังและแพทย์อเมริกันบอร์ดมากกว่า 16 ปี
อาการ ผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน เป็นหนึ่งในปัญหาที่หลายคนในกรุงเทพฯ เผชิญกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเกิดจากพันธุกรรม ฮอร์โมน ความเครียด หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ปัญหาเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบต่อความมั่นใจ การเข้าสังคม และภาพลักษณ์โดยรวมได้เป็นอย่างมาก แต่ข่าวดีคือ ปัจจุบันมีแนวทางการรักษาที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพ โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไปครับ
สำหรับการรักษาอาการผมร่วง สามารถแบ่งออกเป็น การรักษาแบบไม่ผ่าตัด และ การรักษาแบบผ่าตัดปลูกผม ซึ่งเลือกใช้ตามความรุนแรงของอาการ สภาพเส้นผม และเป้าหมายผลลัพธ์ของแต่ละบุคคล โดยทั้งหมดควรอยู่ภายใต้การดูแลของ ทีมแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง และแพทย์อเมริกันบอร์ดที่มีประสบการณ์มากกว่า 16 ปี เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยที่สุดและเป็นธรรมชาติที่สุด
รักษาผมร่วง กรุงเทพ : Meda Clinic
การรักษาผมร่วงแบบไม่ผ่าตัด (Non-Surgical Hair Restoration)
ในปัจจุบันมีประสิทธิภาพสูงขึ้นมาก โดยเน้นไปที่การยับยั้งการหลุดร่วง กระตุ้นรากผมให้แข็งแรง และเพิ่มขนาดเส้นผมให้หนาขึ้น
การรักษาด้วยยา (Pharmacotherapy)
การรักษาด้วยยา (Pharmacotherapy) : หัวใจสำคัญของการรักษาด้วยยาแบ่งออกเป็น 2 กลไกหลัก ดังนี้:
1. การยับยั้งฮอร์โมนตัวร้าย (DHT Blocker)
ในผู้ชาย (และผู้หญิงบางเคส) สาเหตุหลักของผมร่วงคือฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) ซึ่งเกิดจากฮอร์โมนเพศชายรวมร่างกับเอนไซม์ชนิดหนึ่ง แล้วไปรบกวนรากผมทำให้รากผมเล็กลงเรื่อยๆ จนฝ่อไป
• ตัวยาหลัก: Finasteride (ฟินาสเทอไรด์) หรือ Dutasteride (ดูทาสเทอไรด์)
• รูปแบบ: ยารับประทาน (เม็ด)
• การทำงาน: ยาจะเข้าไปบล็อกเอนไซม์ไม่ให้สร้าง DHT ขึ้นมา เมื่อระดับ DHT ลดลง รากผมที่เคยถูกรบกวนก็จะกลับมาแข็งแรงและผลิตเส้นผมที่หนาขึ้นได้อีกครั้ง
• หมายเหตุ: ต้องใช้ต่อเนื่องประมาณ 3-6 เดือนจึงจะเห็นผลชัดเจน และหากหยุดใช้อาจกลับมาร่วงได้เหมือนเดิม
2. การเพิ่มการไหลเวียนเลือด (Vasodilator)
เปรียบเสมือนการ “ส่งเสบียง” ไปให้รากผมที่กำลังหิวโซ เพื่อให้มีพลังงานในการสร้างเส้นผม
• ตัวยาหลัก: Minoxidil (มิน็อกซิดิล)
• รูปแบบ: ยาทา (เซรั่ม/โฟม) หรือยาแบบกิน (ในบางเคสที่แพทย์สั่ง)
• การทำงาน: ยาจะช่วยขยายหลอดเลือดบริเวณหนังศีรษะ ทำให้เลือดไหลเวียนนำพาสารอาหาร ออกซิเจน และวิตามินไปเลี้ยงรากผมได้โดยตรง
• ผลลัพธ์: ช่วยยืดอายุของเส้นผม (Anagen Phase) ให้ยาวนานขึ้น ไม่หลุดร่วงง่าย และกระตุ้นให้ผมเส้นเล็กๆ หนาตัวขึ้น
การฉีดสารบำรุงและเซลล์บำบัด (Injectable Treatments)
2. การฉีดสารบำรุงและเซลล์บำบัด (Injectable Treatments) คือการใช้เข็มขนาดเล็ก (Micro-needle) นำส่งตัวยา สารอาหารเข้มข้น หรือเซลล์ต้นกำเนิด เข้าสู่ ชั้นหนังแท้ (Dermis) ซึ่งเป็นที่อยู่ของรากผมโดยตรงครับ
วิธีนี้มีประสิทธิภาพสูงกว่าการทายาเพียงอย่างเดียว เพราะสารบำรุงไม่ต้องผ่านชั้นขี้ไคลหรือน้ำมันบนผิวหนัง ทำให้รากผมได้รับสารอาหารแบบ 100% เต็ม โดยแบ่งออกเป็น 3 เทคนิคหลักที่นิยมในปัจจุบัน:
1. Platelet-Rich Plasma – การฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น
เป็นวิธีที่ “ออร์แกนิค” ที่สุด เพราะใช้เลือดของตัวคนไข้เองมาสกัด
• กระบวนการ: นำเลือดมาปั่นแยกด้วยเครื่องเหวี่ยงความเร็วสูง เพื่อให้ได้ส่วนของพลาสมาที่มี เกล็ดเลือดเข้มข้นสูง (Growth Factors) * การทำงาน: เมื่อฉีดกลับเข้าไป Growth Factors จะทำหน้าที่เป็น “สัญญาณเรียกการซ่อมแซม” ช่วยกระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์รากผม และสร้างหลอดเลือดใหม่มาเลี้ยงรากผม
• จุดเด่น: ปลอดภัยสูง ไม่เสี่ยงต่อการแพ้ เพราะเป็นส่วนประกอบจากร่างกายเราเอง
2. Hair Mesotherapy (เมโสเธอราพี) – การฉีดวิตามินและสารบำรุง
เปรียบเสมือนการให้ “อาหารเสริมทางลัด” แก่รากผมที่กำลังอ่อนแอ
• กระบวนการ: แพทย์จะปรุงสูตรยา (Cocktail) ที่ประกอบด้วย วิตามินบี (Biotin), กรดอะมิโน, แร่ธาตุ, และตัวยาช่วยขยายหลอดเลือด
• การทำงาน: สารเหล่านี้จะเข้าไปยับยั้งวงจรการหลุดร่วงทันที และช่วยให้เส้นผมที่งอกใหม่มีความเหนียวและแข็งแรงขึ้น
• จุดเด่น: เห็นผลเร็วในเรื่องการลดจำนวนเส้นผมที่หลุดร่วง (เหมาะมากสำหรับคนที่มีผมร่วงเฉียบพลันจากความเครียดหรือขาดสารอาหาร)
3. Rigenera Activa (Cell Therapy) – เซลล์บำบัดรากผม
เทคนิคชั้นสูงที่ใช้ “เซลล์ซ่อมเซลล์” โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่
• กระบวนการ: แพทย์จะคัดเลือกเนื้อเยื่อรากผมที่แข็งแรงที่สุด (มักเป็นบริเวณหลังหู) ขนาดเล็กมากเพียง 2-3 มม. มาสกัดผ่านเครื่องมือพิเศษให้กลายเป็น เซลล์สด (Progenitor Cells) ในรูปแบบของเหลว
• การทำงาน: เซลล์เหล่านี้จะทำหน้าที่เป็น “หัวเชื้อ” เข้าไปซ่อมแซมและฟื้นฟูรากผมที่กำลังจะฝ่อให้กลับมาผลิตเส้นผมใหม่ที่หนาและแข็งแรงอีกครั้ง
• จุดเด่น: ทำเพียงปีละ 1 ครั้ง ไม่ต้องพักฟื้น และให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติสูงมาก
การใช้เทคโนโลยีแสงและเลเซอร์ (Laser & Light Therapy)
3. การใช้เทคโนโลยีแสงและเลเซอร์ (Laser & Light Therapy) คือการใช้พลังงานแสงในช่วงคลื่นที่เฉพาะเจาะจง ยิงลงไปที่หนังศีรษะเพื่อกระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผมในระดับชีวภาพ โดยไม่ต้องใช้เข็มและไม่มีความเจ็บปวด
หลักการทำงานของวิธีนี้เปรียบเสมือน “การสังเคราะห์แสงของพืช” แต่เป็นการกระตุ้นเซลล์รากผมของมนุษย์แทน โดยมี 2 เทคโนโลยีหลัก ดังนี้:
1. LLLT (Low-Level Laser Therapy) – เลเซอร์ระดับต่ำ
เป็นเทคโนโลยีที่นิยมที่สุดและได้รับการรับรองจาก FDA ว่าช่วยรักษาผมร่วงจากพันธุกรรมได้จริง
• กลไกการทำงาน: ใช้แสงเลเซอร์สีแดงเข้ม (ความยาวคลื่นประมาณ 650-670 นาโนเมตร) แสงชนิดนี้จะทะลุผ่านผิวหนังลงไปถึงระดับรากผม เพื่อกระตุ้น Mitochondria (โรงผลิตพลังงานของเซลล์) ให้ผลิตพลังงาน ATP มากขึ้น
• ผลลัพธ์: เมื่อเซลล์มีพลังงานมากขึ้น รากผมที่เคยอ่อนแอหรือกำลังจะฝ่อจะกลับมาทำงานได้ตามปกติ ช่วยขยายวงจรการเติบโตของเส้นผม (Anagen Phase) ให้ยาวขึ้น และกระตุ้นให้เส้นผมหนาตัวขึ้น
• รูปแบบการใช้งาน: * ในคลินิก: เครื่องฉายแสงเลเซอร์ขนาดใหญ่ที่มีกำลังส่งสูง
• Home Use: หมวกเลเซอร์ (Laser Helmet) หรือหวีเลเซอร์ ซึ่งเน้นความสะดวกในการทำที่บ้าน (แนะนำให้ทำ 15-30 นาที ประมาณ 3 ครั้งต่อสัปดาห์)
2. Fractional Laser – เลเซอร์สร้างช่องเปิดผิว
เทคนิคนี้มักทำโดยแพทย์ในคลินิก เพื่อผลลัพธ์ที่รวดเร็วและล้ำลึกกว่า
• กลไกการทำงาน: ใช้เลเซอร์ยิงลงไปบนหนังศีรษะเพื่อสร้าง “ช่องขนาดเล็กมาก” (Micro-channels) จำนวนนับพันจุด ซึ่งมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
• ผลลัพธ์:
1. Direct Absorption: ช่วยให้ตัวยาหรือสารบำรุงที่ทาตามลงไป ซึมเข้าสู่รากผมได้ลึกและมีประสิทธิภาพมากกว่าการทาปกติถึงหลายเท่า
2. Wound Healing Response: กระตุ้นให้ร่างกายส่งสารซ่อมแซมและ Growth Factors มายังบริเวณหนังศีรษะ เพื่อฟื้นฟูเนื้อเยื่อและรากผม
• รูปแบบการใช้งาน: มักทำควบคู่กับการฉีด PRP หรือการทาเซรั่มเข้มข้น
ข้อดีของเทคโนโลยีแสงและเลเซอร์:
1. ไม่มีความเจ็บปวด: รู้สึกเพียงอุ่นๆ ที่หนังศีรษะขณะทำ
2. ไม่มีผลข้างเคียง: ไม่ส่งผลต่อระบบฮอร์โมนหรือตับไตเหมือนการกินยา
3. ความปลอดภัยสูง: แสงเลเซอร์ชนิดนี้ไม่มีรังสีที่เป็นอันตรายและไม่ทำลายเนื้อเยื่อ
การทำทรีตเมนต์และเวชสำอาง (Topical Treatments)
4. การทำทรีตเมนต์และเวชสำอาง (Topical Treatments) คือการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะจากภายนอก โดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดเข้มข้นหรือตัวยาในกลุ่ม “เวชสำอาง” (Cosmeceuticals) ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าแชมพูหรือครีมนวดผมทั่วไปตามท้องตลาดครับ
วิธีนี้เน้นการ “ปรับสภาพแวดล้อม” บนหนังศีรษะให้สะอาด ลดการอักเสบ และส่งสารอาหารเข้าสู่รากผมผ่านการทาหรือชโลม โดยมีองค์ประกอบหลักดังนี้:
1. แชมพูยาและเวชสำอาง (Therapeutic Shampoos)
ไม่ใช่แค่การทำความสะอาด แต่เป็นการรักษาปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการงอกของผม
• แชมพูฆ่าเชื้อราและลดอักเสบ: เช่น กลุ่มที่มีส่วนผสมของ Ketoconazole หรือ Selenium Sulfide ช่วยรักษารังแคและหนังศีรษะอักเสบ (Seborrheic Dermatitis) ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมร่วงเรื้อรัง
• แชมพูขจัดความมันส่วนเกิน: ช่วยชะล้างไขมัน (Sebum) ที่อุดตันรูขุมขน ซึ่งมักจะมีฮอร์โมน DHT สะสมอยู่หนาแน่น การขจัดความมันจึงช่วยลดปัจจัยกระตุ้นผมร่วงได้
2. เซรั่มและโทนิคเข้มข้น (Hair Serums & Tonics)
ถือเป็น “อาหารผิว” สำหรับหนังศีรษะที่เน้นการบำรุงลึกถึงรากผม
• ส่วนประกอบสำคัญ: มักมีสารสกัดจากธรรมชาติที่ผ่านการวิจัย เช่น Redensyl, Capixyl, หรือ Procapil ซึ่งช่วยกระตุ้น Stem Cell ของรากผมและยับยั้งการทำงานของ DHT โดยไม่มีผลข้างเคียงเหมือนยาแผนปัจจุบัน
• Peptides: สายโปรตีนขนาดเล็กที่ช่วยซ่อมแซมโครงสร้างรากผมให้ยึดเกาะกับหนังศีรษะได้แน่นขึ้น ลดการหลุดร่วงระหว่างวัน
3. การทำทรีตเมนต์ในคลินิก (Professional Scalp Treatments)
เป็นการใช้เครื่องมือทางการแพทย์ควบคู่กับเวชสำอางเพื่อให้เห็นผลชัดเจนขึ้น
• Detox หนังศีรษะ: การใช้เครื่องพ่นละอองน้ำแรงดันสูง (Jet Peel) เพื่อล้างสารเคมีและเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออก ทำให้หนังศีรษะพร้อมรับการบำรุง
• Electroporation / Phonophoresis: การใช้กระแสไฟฟ้าอ่อนๆ หรือคลื่นเสียง ผลักวิตามินและตัวยาเข้าสู่หนังศีรษะชั้นลึก (เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ชอบใช้เข็มฉีด)
ข้อดีของการใช้เวชสำอางและทรีตเมนต์:
1. ความปลอดภัยสูง: แทบไม่มีผลข้างเคียงต่อร่างกาย สามารถใช้ได้ต่อเนื่องยาวนาน
2. แก้ปัญหาที่ต้นเหตุภายนอก: ช่วยเรื่องความมัน รังแค และการอักเสบ ซึ่งยาแผนปัจจุบันบางตัวไม่ได้ครอบคลุม
3. ผ่อนคลาย: การทำทรีตเมนต์มักมาพร้อมการนวด ซึ่งช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตได้ดี
ทำไมต้องรักษาผมร่วงกับทีมแพทย์เชี่ยวชาญ ?
- ประเมินสาเหตุของผมร่วงได้อย่างแม่นยำ
- เลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับระดับความรุนแรง
- ป้องกันการรักษาที่ไม่จำเป็นหรือไม่เหมาะกับเคส
- ปลอดภัย ได้ผลจริง และออกแบบผลลัพธ์เฉพาะบุคคล
- ใช้เทคโนโลยีที่ได้มาตรฐานระดับสากล
การรักษาผมร่วงแบบไม่ผ่าตัด

About us
ดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ผ่านการอบรมและมีใบรับรองจากหลายสถาบัน
ทีมแพทย์ของเรา
ดร.นพ.ธีรศักดิ์ แพทยาดิกุล
Dr.Teerasak Pattayadeekul
อาจารย์พิเศษ Dermatology and Regenerative medicine สำนักเวชศาสตรชะลอวัย ม.แม่ฟ้าหลวง / แพทย์ปริญญาเอก สาขา ผิวหนัง ศัลยกรรมผิวหนัง/เลเซอร์/ความงาม
- Fellow in dermato surgery & LASER รามาธิบดี
- Vissiting fellow dermatology Juntendo Dermatology & Dermatopathology.
- MD.Msc.Phd in Dermatology / LASER / Aesthetic Surgery.
- Fellow in LASER surgey and Facial plastic surgery Fort Lauaderdel Florida USA
- Diploma of Hair Transplantation by Thai association and Academy of Cosmetic surgery and medicine
- Diplomate American board hair transplsnt ( ABHRS)
พญ.ทวีพร ตรีประภากร
Dr.Thaweeporn Treepraphakorn
แพทย์สาขาศัลยกรรมความงาม/เลเซอร์/ปลูกผม
แพทย์ อเมริกันบอร์ดปลูกผม (ABHRS)
- Fellowship in Cosmetic Surgery/ Korean college of Cosmetic Surgery
- Diplomate American Board of Hair Restoration Surgery/ABHRS
- International Board of Hair Restoration Surgery / IBHRS
- Certificate Hair transplantation By Korean Society of Hair Restoration Surgery
- Member in association of Aesthetic Anti-aging Surgery,Thailand
- Member of International Society of Hair Restoration Surgery (ISHRS)
- Certificate Liposuction and Fat grafting by Korean college of Cosmetic Surgery
- Master degree in Dermatology (MSc)
เมด้าคลินิกมี 5 สาขา ใกล้บ้านท่าน
สาขา เชียงใหม่
เลขที่ 574 ถนน เชียงใหม่-ลำปาง ต.ท่าศาลา อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่
เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์ 10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.
สาขา โครงการมีโชคพลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่
206/17 ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมือง จ.เชียงใหม่
Tel.053-230258 /062-3103799 /062-3103800
เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์ 10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.
สาขา พัทยา
194/5-6 ถนนพัทยากลาง อำเภอางละมุง เทศบาลเมืองชลบุรี 20150
เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์ 10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.
สาขา ภูเก็ต
92 54-55 ถ. เทพกระษัตรี ตำบล เกาะแก้ว เมืองภูเก็ต 83000 Tel.082-1037758
เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์ 10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.
สาขา กรุงเทพ ดอนเมือง
161/6 ซอยวิภาวดีรังสิต 33 แขวงสนามบินดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210
Tel 093-1315596
เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์ 10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.










