เสริมจมูกเชียงใหม่ เมด้า

เสริมจมูกเชียงใหม่ ที่ Meda Clinic เมด้าคลินิก เสริมจมูกสวยธรรมชาติ
โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประสบการณ์
มากกว่า 16 ปี

เสริมจมูกเชียงใหม่ “เมด้าคลินิก” คลินิกศัลยกรรมตกแต่งความงามโดยทีมศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การันตีจบเฉพาะทางด้าน ศัลยกรรมความงาม (Cosmetic Surgery) จากอเมริกาและเกาหลี ประสบการณ์กว่า 16 ปี บริการลูกค้ามากกว่า 10,000 เคส ปลอดภัย ได้มาตรฐาน

เสริมจมูก คืออะไร ?

การเสริมจมูก (Rhinoplasty) คือ การผ่าตัดตกแต่งจมูกที่อาจแลดูแล้วไม่ได้รูปทรงที่สวยงาม ไม่มีมิติ ไม่ได้สัดส่วนที่เหมาะสม โดยตกแต่งจมูกที่เล็กแบน เชิด หรือสั้นให้โด่งขึ้น การผ่าตัดเสริมจมูกนอกจากทำเพื่อความสวยงามแล้ว ก็ยังทำเพื่อแก้ไขจมูกที่ผิดรูปร่าง หรือเสียหายจากอุบัติเหตุ หรือการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง หรือแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ และความบกพร่องที่มีมาแต่กำเนิดได้อีกด้วย โดยใช้วัสดุต่างๆ นำมาเสริม เช่น กระดูกอ่อน บริเวณต่างๆ หนังแท้ วัสดุสังเคราะห์ซิลิโคน กอร์เท็กซ์ เม็ดพอร์ เป็นต้น

เสริมจมูก เมด้าคลินิก

เสริมจมูกเชียงใหม่ Meda Clinic

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจเสริมจมูก

1.การเสริมจมูก เป็นการใช้ซิลิโคนเสริมลงบนกระดูกในชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูก หลังเสริมจะดูเป็นเป็นธรรมชาติ สามารถบิดปลายจมูกได้ แต่แกนยังคงล๊อคติดแน่นกับกระดูก ไม่โยกลอยไปมา

2.ซิลิโคนมีความนิ่ม / แข็งแตกต่างกันออกไป มีหน่วยของความแข็งเป็นดูโร ซิลิโคนนิ่ม ไม่ใช่จะดีเสมอไป เพราะบางครั้งการนิ่มเกินไป ทำให้ไม่สามารถตั้งปลายจมูกที่สวยงามได้ ซิลิโคนแข็งเกินไปจะไม่ยืดหยุ่น จะทำให้เนื้อจมูกบางลงถ้าหากต้องการความสูงโด่ง ซึ่งซิลิโคนแบบนิ่มมาตรฐาน สามารถเสริมได้ ให้พอดีกับเนื้อจมูกเท่านั้น คุณหมอจะเป็นคนเลือกลักษณะของซิลิโคนที่เหมาะสมให้เป็นรายบุคคลค่ะ

3.หลังทำต้องดูแลตัวเองหลังการผ่าตัด พักฟื้น 2-3 วัน นอนหัวสูง. ประคบเย็นบ่อยๆ ไม่ควรก้มๆเงยๆ หรือเล่นโทรศัพท์มือถือ เพราะจะทใฝห้บวมช้ำมากขึ้น อาการบวมจะลดลงในวันที่ 4 หลังจากทำ

4.งดอาหารแสลง 2 สัปดาห์ ส้มตำ ปู ปลาร้า หอยดอง ผักดอง หน่อไม้ และแอลกอฮอล์ทุกชนิด

5.หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ และงดการสูบบุหรี่ เพราะทำให้แผลมีการอักเสบ บวม แดง หรือแผลไม่ติดได้

6.รูปทรงจมูกที่ได้ แพทย์แต่ละคนมีมุมมองความสวยที่แตกต่างกันออกไป ให้พิจารณาผลงานของแพทย์ที่เราจะเสริมเป็นสำคัญ การเอารีวิวของแพทย์อีกคนไปให้อีกคนทำเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำได้ (ใครไม่เชื่อก็ลองดู) เพราะการเหลาซิลิโคนก็เหมือนลายมือที่เขียนหนังสือ ไม่สามารถทำให้เหมือนกันได้

7.เสริมจมูก โด่งได้มากน้อย ขึ้นกับความยืดหยุ่นของเนื้อจมูก แต่ละคนไม่เท่ากัน ต้องมาจับประเมินที่คลินิกเท่านั้น มองจากรูปดูไม่ได้

8.ที่คลินิก ประเมินความสูงโด่งโดยยึดความปลอดภัย ถ้าไม่สามารถทำได้ เรื่องจากเหตุผลด้ารความปลอดภัยจะแจ้งก่อนทำเสมอ หากไม่ทำคืนเงินมัดจำทุกกรณี

9.เลือกหมอที่สามารถให้การดูแลหลังเสริมจมูกได้ ไม่ทอดทิ้งเคส ไม่ปัดความรับผิดชอบ

10.แพทย์ทุกคนย่อมมีทั้งเคสที่ดี และไม่ดี ซึ่งแพทย์ที่มีประสบการณ์หรือทำเคสมาเยอะกว่าจะมีจำนวนเคสที่ไม่ดีน้อยกว่ามากๆ และรู้วิธีที่จะจัดการกับปัญหาตั้งแต่เนินๆ

เสริมจมูก เหมาะกับใคร

1.คนที่ต้องการให้ทรงจมูกสวยขึ้น
2.คนที่มีปัญหาดั้งหรือสันจมูกที่ยังไม่โด่ง
3.คนที่มีปัญหาฐานจมูกกว้าง
4.คนที่มีปีกจมูกกว้าง
5.คนที่อยากให้ใบหน้าได้สัดส่วน หวานละมุนมากขึ้น

เสริมจมูก มีกี่แบบ

การเสริมจมูกมีด้วยกัน 2 รูปแบบหลักๆ นั่นก็คือ การเสริมจมูกแบบปิด (Close Rhinoplasty) และ การเสริมจมูกแบบเปิด (Open Rhinoplasty) ซึ่งเป็นเทคนิคที่นิยมทำกันอย่างมาก สำหรับใครที่ต้องการเสริมจมูกให้ดูสวยงาม และ สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องทรงจมูก ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีข้อดี และ ข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป

เสริมจมูกแบบแบบโอเพ่น (Open Rhinoplasty)

เสริมจมูกแบบเปิดหรือมักจะเรียกว่าการเสริมจมูกแบบแบบโอเพ่น (Open Rhinoplasty)
วิธีนี้จะเป็นการผ่าตัดเพื่อเปิดเนื้อจมูกขึ้น ให้แพทย์สามารถมองเห็นโครงสร้างฐานจมูกได้อย่างชัดเจนและวางแผนการปรับจมูก วางซิลิโคนได้อย่างแม่นยำ

และเหมาะกับการตะใบสันจมูกเพื่อปรับฐานจมูกให้เรียบเสริมกันก่อนที่จะใส่ซิลิโคน  วิธีนี้สามารถรองเนื้อเยื้อเทียมหรือกระดูกอ่อนหลังใบหูบริเวณปลายจมูกเพื่อป้องกันการทะลุได้ดี

วิธีนี้เหมาะกับจมูกประเภทไหน : เหมาะกับคนไข้ที่กังวลเรื่องปลายจมูกทะลุ หรือกลุ่มที่มีโครงสร้างจมูกลักษณะพิเศษ เช่น จมูกไม่ตรง มีสันจมูก(ฮัมพ์) โครงจมูกสั้น เป็นต้น

ข้อดี : สามารถปรับโครงสร้างจมูกให้ได้รูปได้อย่างดี และเสริมเทคนิครองจมูกได้อย่างแม่นยำ

ข้อเสีย : ระยะเวลาพักฟื้นค่อนข้างนาน มีราคาค่อนข้างสูงเนื่องจากเป็นเคสผ่าตัดเฉพาะทางที่มีความยากและต้องใช้เทคนิคของแพทย์

การเสริมจมูกแบบปิด (Close Rhinoplasty)

วิธีนี้แม้จะเป็นการเสริมแบบปิดแต่ก็ยังจำเป็นต้องมีการผ่าตัดเพื่อเปิดช่องและสอดซิลิโคนเข้าไป จากนั้นแพทย์จะจัดตำแหน่งการวางซิลิโคนให้เข้า วิธีนี้ยังสามารถใช้ร่วมกับเทคนิคป้องกันทะละด้วยการรองปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังใบหูเช่นกัน

วิธีนี้เหมาะกับจมูกประเภทไหน : เหมาะกับคนไข้ไม่ค่อยมีปัญหาเกี่ยวกับโครงสร้างจมูก *ควรปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลเพื่อพูดคุยและสำรวจประเมินโครงจมูกร่วมด้วยทุกครั้ง

ข้อดี : ราคาถูกกว่าและระยะเวลาพักฟื้นนานน้อยกว่าแบบโอเพ่น ค่อนข้างเป็นที่นิยมในการเสริมจมูกครั้งแรก

ข้อเสีย : ต้องระวังการเอียงของซิลิโคน แม้มีการรองปลายจมูกด้วยเทคนิคเดียวกันได้แต่มักจะมีการขยับ-เคลื่อนของวัสดุรองปลายจมูกเกิดขึ้นได้ แม้จะมีโอกาศน้อยแต่อาจจะเป็นเหตุทำให้ปลายจมูกทะลุได้

การเตรีนมตัวก่อนทำจมูก

การเตรียมความพร้อมก่อนเสริมจมูก

การเตรียมตัวที่ดีก่อนผ่าตัดจะช่วยลดความเสี่ยง ลดอาการบวมช้ำ และทำให้แผลหายไวขึ้น รวมถึงช่วยให้ผลลัพธ์หลังเสริมจมูกออกมาสวยและปลอดภัยมากที่สุด

1. งดวิตามินอี แอสไพริน และยาละลายลิ่มเลือด (2–3 สัปดาห์)

ยาและวิตามินกลุ่มนี้อาจทำให้เลือดหยุดไหลยาก เพิ่มความเสี่ยงเลือดออก บวม และช้ำหลังผ่าตัด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนหยุดยาเสมอ

 2. งดอาหารเสริมทุกชนิด (อย่างน้อย 2 สัปดาห์)

เช่น น้ำมันปลา โสม กระเทียมสกัด คอลลาเจน หรือสมุนไพรบางชนิด เพราะอาจรบกวนการแข็งตัวของเลือด

3. งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ (อย่างน้อย 2 สัปดาห์)

แอลกอฮอล์ทำให้เลือดออกง่าย ส่วนบุหรี่ทำให้แผลหายช้า เสี่ยงติดเชื้อ และแผลเป็นไม่สวย

4. งดอาหารแสลง/ของหมักดอง/อาหารทะเล/น้ำอัดลม

อาหารเหล่านี้อาจกระตุ้นการอักเสบ บวม หรือแพ้ง่าย ทำให้การฟื้นตัวช้าลง

5. งดชา กาแฟ ก่อนวันผ่าตัด 24 ชม.

คาเฟอีนอาจกระตุ้นความดันโลหิต ทำให้ใจสั่นหรือเลือดออกง่าย

6. พักผ่อนให้เพียงพอ 6–8 ชั่วโมง

ร่างกายที่แข็งแรงจะช่วยให้การผ่าตัดปลอดภัย และฟื้นตัวได้เร็ว

7. งดแต่งหน้า/เครื่องสำอางในวันผ่าตัด

เพื่อป้องกันเชื้อโรคปนเปื้อนบริเวณแผล

8. แจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัวและประวัติแพ้ยา

เช่น เบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ หรือยาที่รับประทานประจำ เพื่อวางแผนการรักษาอย่างปลอดภัย

การเตรีนมตัวก่อนหลังทำจมูก

วิธีการดูแลตัวเองหลังเสริมจมูก

หลังการผ่าตัดเสริมจมูกนั้น บริเวณจมูกและใบหน้าของลูกค้าจะมีอาการบวม ซึ่งต้องใส่ใจในการดูแลตัวเองเป็นพิเศษ ลานนาวดีคลินิกจึงขอแนะนำวิธีคนไข้ควรดูแลตัวเองเพื่อลดอาการบวมและให้ร่างกายฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ดังนี้

1.หลังการผ่าตัด 24-48 ชม. แรกจำเป็นต้องนอนศรีษะสูงและประคบด้วยความเย็นเพื่อลดความบวมบริเวณจมูก

2.หลังจาก 48 ชม.ไปแล้ว จะเปลี่ยนเป็นการประคบด้วยน้ำอุ่นแทน

3.การบวมจะมากที่สุดใน 72 ชม.แรก หลังจากนั้นก็จะค่อยๆยุบลงภายใน 7-10 วัน

4.หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่หักโหม

5.หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เกิดการกระทบกระเทือนบริเวณจมูกในช่วงเดือนแรกๆ

6.รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ

7.งดอาหารหมักดองทุกชนิด เพราะจะทำให้เกิดอาการอักเสบ คัน และอาการไม่พึงประสงค์อื่นๆได้ง่าย โปรดหลีกเลี่ยงอย่างเคร่งครัด

8.รับประทานยาตามแพทย์สั่งให้ครบ และควรมาพบแพทย์ตามนัดหมาย

9.หากเกิดอาการผิดสังเกตหรือมีคำถามต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม อย่าลังเลที่จะติดต่อปรึกษาคุณหมอและเจ้าหน้าที่ของเรา

โดยส่วนใหญ่เมื่อความบวมลดลงแล้ว ผิวบริเวณจมูกจะเปลี่ยนให้เห็นเป็นสีม่วง, สีเขียวและสีเหลืองตามลำดับ และหายไปในที่สุด การบวมจะเกิดขึ้นมากหรือน้อย และการหายบวมช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับการทำผ่าตัดว่า แพทย์ได้แก้ไขให้มากน้อยเท่าใด โดยส่วนมากแพทย์จะนัดดูอาการและตัดไหมที่เย็บไว้ที่จมูกประมาณ 7 วันหลังการผ่าตัด

อย่างไรก็ตาม ในเคสที่คนไข้ที่อายุน้อยและไม่ได้ทำการแก้ไขโครงจมูกมากนัก ร่างกายจะรักษาอาการบวมลดลงได้อย่างรวดเร็ว และจมูกจะเริ่มเข้าที่ ในระยะเวลาประมาณ 1-3 เดือน และจะอาการบวมจะหายเกือบ 100 % หลังจากระยะประมาณ 3 เดือนไปแล้ว การยุบบวมดังกล่าวเป็นการประมาณการณ์ของคนไข้ที่ได้รับบริการส่วนใหญ่

บางกรณีอาการบวมของคนไข้อาจจะยุบบวมเร็วหรือช้ากว่านี้ก็ได้ การปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัดเป็นสิ่งที่คนไข้จะต้องใส่ใจ เพราะมีบางกรณีคนไข้จะได้รับคำแนะนำที่เฉพาะตัวและอาจต้องมีการดูแลที่พิเศษแตกต่างไปจากคนไข้รายอื่น คนไข้สามารถปรึกษาและรับคำแนะนำจากแพทย์ ผู้ช่วยแพทย์ และเจ้าหน้าที่ลานนาวดีคลินิกได้ทุกวันทำการ

อาหารที่แนะนำสำหรับคนเสริมจมูก

อาหารที่จะช่วยเสริมการดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดได้เป็นอย่างดี

น้ำมะพร้าว – ช่วยลดอาการอักเสบ
น้ำใบบัวบก – ช่วยลดอาการช้ำ บวม
น้ำเต้าหู้ผสมฟักทอง – ช่วยสมานแผลเนื่องจากมีโปรตีนจากถั่วเหลือง

รับประทานอาหารที่มีรสชาติอ่อน ช่วยให้แผนหายบวมได้ดีกว่า และควรงดอาหารที่มีโซเดี่ยมสูงหรืออาหารรสจัด
เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ซุป ก๋วยเตี๋ยว

** อาหารสำเร็จรูปในร้านสะดวกซื้อ เช่น โจ๊ก-อาหารแช่แข็ง ลานนาวดีก็ไม่แนะนำเพราะแม้จะเป็นอาหารอ่อน แต่ว่ามีโซเดี่ยมสูงกว่าปกติควรรับประทานอาหารที่เราสามารถปรุงได้เองหรือให้ร้านอาหารทำให้เป็นพิเศษจะดีที่สุด

เสริมจมูกเชียงใหม่ เมด้า

คำถามที่พบบ่อยหลังจากเสริมจมูก เมด้า คลินิก

Q: ควรลาพักฟื้นกี่วันดี ?

A: ควรหยุดพักอย่างน้อย 3 วัน

Q: สามารถแต่งหน้าได้เมื่อไร ?

A: สามารถแต่งหน้าได้หลังผ่าตัด 1 สัปดาห์

Q: สามารถออกกำลังกายได้เมื่อไร ?

A: สามารถออกกำลังกายได้หลังผ่าตัด 1 เดือน

Q: หากเคยฉีดฟิลเลอร์ที่จมูกมาก่อน สามารถเสริมจมูกได้หรือไม่ ?

A: ถ้ายังมีฟิลเลอร์อยู่ ยังไม่ควรเสริมจมูกก่อน เนื่องจากเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

Q: อาหารที่ห้ามรับประทานหลังผ่าตัดมีอะไรบ้าง ?

A: ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ , ของหมักดอง, เพื่อลดอาการบวม-เขียวช้ำ

Q: รอยเขียวช้ำจะจางเมื่อไร ?

A: ประมาณ 2-4 สัปดาห์ ขึ้นกับแต่ละบุคคล

รีวิวเสริมจมูก เมด้าคลินิก เชียงใหม่

เสริมจมูกเชียงใหม่ เมด้า เสริมจมูกเชียงใหม่ เมด้า เสริมจมูกเชียงใหม่ เมด้า เสริมจมูกเชียงใหม่ เมด้า เสริมจมูกเชียงใหม่ เมด้า เสริมจมูกเชียงใหม่ เมด้า เสริมจมูกเชียงใหม่ เมด้า เสริมจมูกเชียงใหม่ เมด้า เสริมจมูกเชียงใหม่ เมด้า เสริมจมูกเชียงใหม่ เมด้า เสริมจมูกเชียงใหม่ เมด้า เสริมจมูกเชียงใหม่ เมด้า เสริมจมูกเชียงใหม่ เมด้าเสริมจมูก เสริมจมูก เสริมจมูกเชียงใหม่ เสริมจมูกเชียงใหม่ เสริมจมูกเชียงใหม่ เสริมจมูกเชียงใหม่ เสริมจมูกเชียงใหม่ เสริมจมูกเชียงใหม่ เสริมจมูกเชียงใหม่ เสริมจมูกเชียงใหม่ เสริมจมูกเชียงใหม่ เสริมจมูกเชียงใหม่ เสริมจมูกเชียงใหม่ เสริมจมูกเชียงใหม่

เสริมจมูกเชียงใหม่ เสริมจมูกเชียงใหม่ เสริมจมูกเชียงใหม่

เสริมจมูกเชียงใหม่

เสริมจมูกเชียงใหม่เสริมจมูกเชียงใหม่เสริมจมูกเชียงใหม่เสริมจมูกเชียงใหม่เสริมจมูกเชียงใหม่เสริมจมูกเชียงใหม่