คลินิกปลูกผมเชียงใหม่
คลินิกปลูกผมเชียงใหม่ เมด้าคลินิก คลินิกปลูกผม โดยแพทย์ วุฒิบัตรอเมริกันบอร์ดปลูกผม
Diplomate American Board Hair Transplant คลินิกให้บริการด้านสุขภาพและความงาม การลดสลายไขมันทรีตเม้นท์ผิว ปรับหน้าเรียวสวย ให้คำแนะนำปรึกษาปลูกผม ผมบาง ผมร่วง ดูแลด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด ประสบการณ์กว่า 18 ปี
ปลูกผม FUE with DHI Hair Transplant : คืนความมั่นใจด้วยเทคโนโลยีปลูกผม FUE with DHI Hair Transplantไร้รอยแผลเป็น เปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ ด้วยเทคนิคการย้ายเซลล์รากผมแบบส่องกล้อง ความแม่นยำสูง เจ็บน้อย และเห็นผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติที่สุด LANNA
เทคนิค ปลูกผม FUE with DHI Hair Transplant คืออะไร?
การปลูกผมแบบ FUE with DHI Hair Transplant (Follicular Unit Extraction) คือ นวัตกรรมการย้ายรากผมจากบริเวณท้ายทอยทีละราก โดยใช้เครื่องมือพิเศษขนาดเล็กเพียง 0.6 – 0.9 mm เพื่อนำไปปลูกในบริเวณที่มีปัญหาผมบางหรือศีรษะล้าน
ทำไมต้องเลือกปลูกผม FUE with DHI Hair Transplant?
• No Linear Scar: ไม่มีแผลเป็นยาวที่ท้ายทอย ทิ้งเพียงจุดเล็กๆ ที่มองแทบไม่เห็น
• Minimal Recovery: แผลหายไว ใช้ชีวิตปกติได้ภายใน 1-2 วัน
• High Graft Survival: อัตราการรอดชีวิตของกราฟต์ผมสูงด้วยการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
DHI (Direct Hair Implantation) คืออะไร?
คือเทคนิคการ “ปักและปลูก” รากผมเข้าไปในบริเวณที่ต้องการโดยตรง
• กระบวนการ: แทนที่จะใช้ใบมีดเปิดช่อง (Slit) ไว้ก่อนเหมือนวิธีทั่วไป DHI จะใช้เครื่องมือพิเศษที่เรียกว่า “DHI Implanter” (หรือ Choi Implanter) ซึ่งมีลักษณะคล้ายปากกาหัวเข็ม
• ขั้นตอนการทำงาน: รากผมที่คัดเลือกมาจะถูกบรรจุลงในปากกา จากนั้นแพทย์จะกดปากกาเพื่อ “ปักและปลูก” ลงในผิวหนังพร้อมกันในขั้นตอนเดียว
เมื่อใช้ร่วมกัน FUE with DHI Hair Transplant จึงหมายถึงการ “เจาะย้ายรากผมทีละกอ (FUE with DHI Hair Transplant) แล้วนำมาปักปลูกด้วยปากกาชนิดพิเศษ (DHI)” ซึ่งถือเป็นมาตรฐานระดับสูงในปัจจุบัน
ขั้นตอนการปลูกผม
การปลูกผมส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับจำนวนกราฟ) โดยมีขั้นตอนหลักดังนี้:
Step 1: การออกแบบและฉีดยาชา
แพทย์จะวาดแนวผมที่จะปลูกอีกครั้งเพื่อให้คุณยืนยัน จากนั้นจะทำการฉีดยาชาบริเวณ “Area ด้านหลัง” (ท้ายทอย) ซึ่งเป็นส่วนที่รากผมแข็งแรงที่สุด และบริเวณที่จะปลูก
Step 2: การเจาะกราฟผม (Extraction)
วิธีที่นิยมที่สุดคือ FUE with DHI Hair Transplant (Follicular Unit Extraction):
• แพทย์จะใช้หัวเจาะขนาดเล็กพิเศษ (ประมาณ 0.6 – 0.9 มม.) เจาะนำรากผมออกมาทีละกอ
• หากเป็นวิธี DHI (Direct Hair Implantation) จะใช้ปากกาเฉพาะทางเจาะและปักในคราวเดียว
Step 3: การคัดแยกและแช่น้ำยา (Graft Preparation)
เมื่อได้กราฟผมออกมาแล้ว ทีมผู้ช่วยจะนำไปคัดแยกใต้กล้องจุลทรรศน์ เพื่อเลือกกอผมที่มี 1, 2 หรือ 3 เส้น และแช่ในน้ำยาเลี้ยงเซลล์ที่อุณหภูมิเหมาะสม เพื่อรักษาอัตราการรอดชีวิตของรากผมให้สูงที่สุด
Step 4: การสร้างรูหรือปลูก (Implantation)
• แพทย์จะเจาะรูขนาดเล็กมากในบริเวณที่ผมบาง โดยคำนึ่งถึง ทิศทาง องศา และความหนาแน่น ของเส้นผมเพื่อ ให้ดูเป็นธรรมชาติ
• นำกราฟผมที่เตรียมไว้ฝังลงไปในรูเหล่านั้นอย่างระมัดระวัง ด้วยปากกาเฉพาะทางเจาะและปักในคราวเดียว (Direct Hair Implantation)
มาตรฐานด้านความปลอดภัยในการปลูกผม FUE with DHI Hair Transplant
• ความปลอดภัยด้านบุคลากร (Medical Expertise): * ต้องดำเนินการโดย แพทย์เฉพาะทางด้านการปลูกผม ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพอย่างถูกต้อง
• ทีมผู้ช่วย (Graft Assistants) ต้องมีความชำนาญสูง
• ระบบยาชา (Local Anesthesia):
• เป็นการผ่าตัดเล็กที่ใช้เพียง ยาชาเฉพาะจุด ไม่ต้องวางยาสลบ ทำให้คนไข้รู้สึกตัวตลอดเวลาและมีความเสี่ยงต่ำกว่าการผ่าตัดใหญ่
• มีการตรวจสอบประวัติการแพ้ยาของคนไข้อย่างละเอียดก่อนเริ่มเคส
• ความสะอาดและปลอดเชื้อ (Sterilization):
• ห้องผ่าตัดต้องเป็นระบบควบคุมความสะอาดมาตรฐานเดียวกับโรงพยาบาล
• อุปกรณ์ทุกชิ้นที่ใช้ (เช่น หัวเจาะ Punch) ต้องผ่านการฆ่าเชื้อด้วยระบบ Autoclave หรือใช้แบบ Single-use (ใช้ครั้งเดียวทิ้ง) เท่านั้น
การเตรียมตัวก่อนปลูกผม
1. งดยาและวิตามิน: งดกลุ่ม Aspirin, Ibuprofen, Vitamin E, Fish Oil และสารสกัดจากโสมล่วงหน้า 2 สัปดาห์ (ป้องกันเลือดไหลไม่หยุด)
2. งดสิ่งเสพติด: งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อให้ออกซิเจนไปเลี้ยงรากผมได้ดี
3. การดูแลเส้นผม: หากต้องทำสีผม ให้ทำก่อนวันนัด 7 วัน (ห้ามทำหลังปลูกทันที)
4. การเตรียมตัววันงาน:
• สระผมให้สะอาด (ไม่ต้องฉีดสเปรย์หรือใส่เจล)
• รับประทานอาหารเช้าให้เรียบร้อย (เลี่ยงชา/กาแฟ)
• สำคัญ: ใส่เสื้อเชิ้ตที่มีกระดุมหน้า เพื่อเลี่ยงการเสียดสีขณะถอด/ใส่ชุด
การดูแลหลังปลูกผม
1. 3 วันแรก (ช่วงระวังสูงสุด):
• ห้ามก้มศีรษะต่ำ ให้เดินตัวตรงเพื่อลดอาการบวม
• นอนหนุนหมอนสูง (45 องศา) หรือใช้หมอนรองคอช่วย
• ล้างแผลอย่างน้อย 3-4 เวลา ต่อวัน
2. การสระผม:
• งดสระผมเองในวันแรก (ควรกลับมาสระที่คลินิก)
• หลังจากนั้นใช้แชมพูสูตรอ่อนโยน ผสมน้ำตีฟองแล้วแตะเบาๆ ห้ามถูหรือเกา
3. สะเก็ดและการร่วง:
• สะเก็ดจะเริ่มแห้งและหลุดเองภายใน 7-14 วัน (ห้ามดึงเด็ดขาด)
• Shock Loss: ในช่วง 1-3 เดือนแรก ผมที่ปลูกจะร่วงไปก่อน (เป็นเรื่องปกติ) และจะเริ่มขึ้นใหม่ถาวรในเดือนที่ 4 เป็นต้นไป
4. กิจกรรมที่ควรเลี่ยง:
• งดออกกำลังกายหนัก/ว่ายน้ำ/ซาวน่า เป็นเวลา 1 เดือน
• เลี่ยงแสงแดดจัดๆ เป็นเวลา 2 สัปดาห์











