คลินิกเสริมความงาม
เมด้าคลินิก คลินิกเสริมความงาม คลินิกปลูกผม
โดยแพทย์ วุฒิบัตรอเมริกันบอร์ดปลูกผม
Diplomate American Board Hair Transplant
คลินิกให้บริการด้านสุขภาพและความงาม การลดสลายไขมันทรีตเม้นท์ผิว ปรับหน้าเรียวสวย ให้คำแนะนำปรึกษาปลูกผม ผมบาง ผมร่วง ดูแลด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด ประสบการณ์กว่า 18 ปี
การศัลยกรรมเสริมความงาม คืออะไร
คือ การใช้กระบวนการทางการแพทย์โดยศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านศัลยกรรมตกแต่ง เพื่อเปลี่ยนแปลงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ให้มีลักษณะที่เหมาะสม และสวยงามขึ้น ด้วยกระบวนการผ่าตัด การปลูกถ่าย และการฉีดสาร บริเวณอวัยวะต่างๆ เช่น การผ่าตัดเสริมจมูก การผ่าตัดทำตาสองชั้น การผ่าตัดแก้ไขถุงใต้ตา การเสริมหน้าอก การปลูกถ่ายเส้นผม การฉีดสารเพื่อให้ผิวหน้ากระชับ เป็นต้น การผ่าตัดศัลยกรรมเสริมความงามนั้นมีความละเอียดซับซ้อน ซึ่งนอกจากแพทย์จะต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการผ่าตัดแล้ว ยังต้องมีความประณีตและหัวใจศิลป์เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาถูกอกถูกใจ และเหมาะสมกับผู้รับบริการมากที่สุด LANNA
การผ่าตัดศัลยกรรมปลอดภัยหรือไม่
ทุกขั้นตอนการผ่าตัดมีความเสี่ยง แต่ปัจจุบันศัลยแพทย์มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมความงามโดยตรง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการผ่าตัด หรือมันจะไม่เกิดขึ้นเลย รวมถึงการเลือกโรงพยาบาลและห้องผ่าตัดที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล นี่เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาด้านความปลอดภัยด้วยเครื่องมือมาตรฐานของเทคโนโลยีการผ่าตัดสมัยใหม่
ตลอดจนการหารือเพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างแพทย์และผู้รับบริการ เรียนรู้รายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับความต้องการของคุณ เช่น ข้อจำกัดทางกายภาพ อาการแทรกซ้อนต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น การตรวจสุขภาพก่อนการผ่าตัด รวมถึงการตรวจสุขภาพตามกำหนดเวลาหลังรับบริการ นี่จะเป็นสิ่งที่สร้างความมั่นใจ และความปลอดภัยที่ดีขึ้น
เมด้าคลินิกมีบริการด้านไดบ้าง
1. เสริมจมูก แก้จมูก ตกแต่งตัดปีกจมูก
2. ทำตาสองชั้น ตกแต่งหนังตาบนและหนังตาล่าง แก้ไขปัญหาตาตก
3. ผ่าตัดดึงหน้า หน้าผาก และคอ และถุงใต้ตา
4. เสริมคาง แก้คาง
5. ดูดไขมันบริเวณใต้คาง หน้าท้อง เอว ต้นขา สะโพก แขน และเติมไขมันส่วนต่างๆ
6. ปลูกผม ปลูกคิ้ว หนวด
หัตถการต่างๆ ฟิลเลอร์ ร้อยไหม ฉีดผิวขาวใส และปรับรูปหน้า
7. ผ่าตัดแก้หูกาง เย็บปิดรูหู
ประเภทของการศัลยกรรมที่ได้รับความนิยม
การศัลยกรรมแบ่งออกเป็นหลายส่วนตามสรีระร่างกาย โดยหลักๆ ที่คนไทยนิยมมีดังนี้
• งานใบหน้า: การทำตาสองชั้น, การเสริมจมูก (Rhinoplasty), การผ่าตัดดึงหน้า (Face Lift), และการปรับรูปหน้า (ยุบโหนก/ตัดกราม)
• งานรูปร่าง: การดูดไขมัน (Liposuction), การเสริมหน้าอก, และการตัดหนังหน้าท้อง (Tummy Tuck)
• งานผิวพรรณและหัตถการ (Non-Surgical): แม้จะไม่ใช่การผ่าตัดใหญ่ แต่กลุ่มฉีด เช่น ปรับรูปหน้า ลดริ้วรอย, Filler หรือการยกกระชับด้วยเครื่อง (Ulthera/Hifu) ก็จัดอยู่ในหมวดการปรับแต่งความงามเช่นกัน
เทคโนโลยีและวัสดุ (Materials & Tech) การเลือกวัสดุที่ใช้ในการเสริมความงาม
• ซิลิโคน (Silicone): มีหลายเกรด (เช่น USA, Korea) และหลายความนิ่ม สิ่งสำคัญคือต้องเป็น Medical Grade ที่ผ่าน อย.
• เนื้อเยื่อตัวเอง (Autologous Tissue): กำลังเป็นที่นิยมมากในการเสริมจมูกและคาง เช่น การใช้ กระดูกอ่อนหลังหู หรือ กระดูกอ่อนซี่โครง เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องการทะลุและดูเป็นธรรมชาติกว่า
• การฉีดไขมันตัวเอง (Fat Grafting): คือการดูดไขมันจากส่วนเกิน (หน้าท้อง/ต้นขา) มาฉีดเติมเต็มใบหน้า ข้อดีคือไม่มีสิ่งแปลกปลอมและช่วยให้ผิวดูเด็กขึ้น แต่ไขมันอาจจะสลายตัวได้บางส่วน
ซิลิโคนอยู่ในร่างกายอันตรายหรือไม่?
ซิลิโคน (Silicone) คือ พอลิเมอร์ประเภทหนึ่ง สามารถผลิตขึ้นมาให้มีรูปแบบที่ต่างกัน ทั้งของเหลว เจล และยาง คุณสมบัติที่โดดเด่นของซิลิโคน คือ ทนทานต่อความร้อนจัดและความเย็นจัด สามารถยึดติดกับวัตถุ เป็นฉนวนไฟฟ้า ยากต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมี และสามารถเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อมนุษย์ ซึ่งคุณสมบัติข้อท้ายสุดที่ทำให้มีการนำซิลิโคนมาใช้ในการศัลยกรรมเสริมความงามกันอย่างแพร่หลาย
เทคนิคการเลือกคลินิกทำศัลยกรรมเสริมความงามมาแนะนำ
1. ศึกษาอย่างละเอียดก่อนทุกครั้ง ไม่ต้องรีบ
ด้วยความรุดหน้าในด้านนวัตกรรมศัลยกรรมนั้นเองทำให้มีคลีนิกมากมายเกิดขึ้นพร้อมเทคนิคพิเศษของแต่ละร้าน เรียกได้ว่ามีโปรโมชั่นให้ลูกค้าได้เลือกจนตาลายกันเลยทีเดียว ลูกค้าจึงต้องศึกษาเทคนิคการเสริมแต่ละอย่างว่าเทคนิคแบบไหนที่ตรงความต้องการของลูกค้า ทั้งในด้านเทคนิค วัตถุที่นำมาใช้และราคา
2. คลินิกสะอาด น่าเชื่อถือ
ควรเลือกคลินิกที่เปิดเป็นสถานที่ชัดเจน กว้างขวางเพราะหากเป็นคลินิกที่ลึกลับอาจจะเป็นธุรกิจผิดกฎหมาย อีกทั้งควรเลือกคลินิกที่มีมีการดูแลความสะอาดอย่างดี ไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อและมีความน่าเชื่อถือ
3. มีทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านความงามโดยตรง
การทำดั้งหรือการทำศัลยกรรมเสริมจมูกนั้นเรียกได้ว่าเป็นงานที่ต้องรวมกันทั้งด้านศาสตร์และศิลป์ในการเลือกทรงจมูกที่เข้ากับรูปหน้าของลูกค้ามากที่สุด นอกจากต้องการแพทย์ที่มีความรู้แล้ว ยังต้องการที่มีประสบการณ์ด้านศัลยกรรมความงามโดยตรงเพื่อให้จมูกของลูกค้าออกมาสวยที่สุด
4. มีเจ้าหน้าที่ที่มีใจบริการและซื้อสัตย์กับลูกค้า
ควรเลือกคลินิกเสริมจมูกที่มีเจ้าหน้าที่ให้การดูแลและบริการลูกค้าอย่างใกล้ชิด พร้อมที่จะตอบคำถามลูกค้าอย่างซื่อสัตย์และจริงใจ ไม่โกหกและพร้อมจะเสนอทางเลือกที่ดีกว่าให้กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าเชื่อมั่นและผ่อนคลาย
5. มีนวัตกรรมใหม่ๆ ในการศัลยกรรมเสริมจมูก
ด้วยการที่มีคลินิกเสริมจมูกและทำศัลยกรรมเปิดให้บริการอย่างมากมายนั้นเอง คลินิกควรไม่หยุดการพัฒนาและสรรหานวัตกรรมใหม่ๆ มาเพื่อนำเสนอให้กับลูกค้า ในราคาที่คุ้มค่า ควรมีซิลิโคนแบบต่างๆ หลากหลายที่ตอบโจทย์ลูกค้าในหลายระดับ
6. เงื่อนไขการชำระเงิน
คลินิกเสริมจมูกนั้นก็เหมือนกับการทำศัลยกรรมต่างๆ และด้วยความที่มีผู้นิยมทำมากมายนั้นเอง ทำให้ต้องจองคิวทำค่อนข้างจะเป็นเวลานาน คลินิคเสริมดั้งทุกที่จึงต้องจำเป็นให้ลูกค้าโอนเงินค่ามัดจำเป็นการล๊อคคิวก่อน แล้วค่อยไปจ่ายจริงหลังจากเสริมเสร็จ อนึ่งราคาที่ตกลงไว้ตอนแรกอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงหลังจากที่คุณหมอเห็นหน้างานจริง
7. ไม่ราคาถูกจนเกินไป
การแข่งขันกันอย่างเข้มข้นในธุรกิจศัลยกรรมเสริมจมูกทำให้มีการจัดโปรโมชั่นจากคลินิกต่างๆ มากมาย บางที่อาจจะราคาไม่ถึงหนึ่งหมื่นบาทซึ่งถือว่าถูกมากๆ ลูกค้าต้องพึงระลึกว่าการทำจมูกนั้นเป็นการศัลยกรรมที่จะอยู่บนหน้าเราไปตลอด เป็นสิ่งที่เราควรลงทุน ราคาที่ถูกอาจจะหมายถึงฝีมือและผลงานที่ไม่มีคุณภาพนักในเคสที่ต้องระมัดระวังหน่อยเช่น ลูกค้าที่มีเนื้อจมูกน้อยหรือบาง
การเตรียมตัวก่อนทำศัลยกรรม
1. แจ้งโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยาหรือยาที่รับประทานอยู่เป็นประจำ
2. งดรับประทานวิตามินทุกชนิดก่อนการผ่าตัด 7 – 10 วัน การทานวิตามินทำให้ระบบไหลเวียนเลือดดี หากทานจนถึงวันผ่าตัดอาจทำให้เลือดหยุดไหลช้าและเกิดอาการบวมช้ำขึ้นหลังผ่าตัดได้
3. งดยาประเภทแอสไพริน และ NSAIDs เพราะกลุ่มยาชนิดนี้จะช่วยให้กระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด เพราะตัวยาอาจทำให้เลือดแข็งตัวช้ากว่าปกติและอาจเป็นอันตรายได้
4. ควรงดแอลกอฮอล์หรือการสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด เพราะอาจทำให้แผลผ่าตัดหายช้า เสี่ยงติดเชื้อ และอาจส่งผลให้เกิดรอยแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ได้
5. งดการแต่งหน้าก่อนเข้ารับการผ่าตัด เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงการติดเชื้อ
6. งดน้ำและอาหารก่อนการผ่าตัด อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง เพื่อป้องการอาการสำลักอาหารระหว่างการผ่าตัด
สิ่งที่ควรใส่ใจภายหลังจากการทำเสริมความงาม
ภายหลังจากที่เราเสริมความงามไม่ว่าจะเป็นการทำศัลยกรรมหรือการฉีดสารเติมเต็มต่างๆ ควรทำตามสิ่งที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด พร้อมกับดูแลตนเองให้ดีอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ดีต่อร่างกาย ก็จะช่วยให้สามารถฟื้นฟูร่างกายได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย
วิธีดูแลหลังการทำศัลยกรรม
1. หากมีอาการปวด ให้รับประทานยาแก้ปวด และยาแก้อักเสบตามที่แพทย์สั่งให้หมด
2. ห้ามบีบจมูก บิด แคะ แกะ เกาจมูก เพราะอาจทำให้จมูกเบี้ยวและเอียง หรืออักเสบได้
3. ประคบเย็นสม่ำเสมอจะทำให้ลดบวมลดช้ำได้ไวขึ้น
4. ดื่มน้ำเยอะๆเพื่อให้เซลล์ในร่างกายได้รับน้ำเพียงพอ ฟื้นตัวได้เร็ว
5. ไม่ควรนอนตะแคง หรือนอนหงาย ให้นอนหัวสูงแทน หรือใช้หมอนรองคอในขณะนอน
6. รับประทานอาหารที่มีรสชาติอ่อน เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ซุป
7. ทำความสะอาดแผลอย่างสม่ำเสมอ ห้ามโดนน้ำ เพราะจะทำให้แผลหายช้าและเน่าเปื่อยได้
8. ในการดูแลผิวหน้า ให้ใช้สำลีแบบแผ่นชุบน้ำเปล่า น้ำเกลือ หรือใช้คลีนซิ่งเช็ดทำความสะอาดได้











