ผ่าตัดดึงหน้าที่ไหนดี

การผ่าตัดดึงหน้าที่ไหนดี (Facelift) คืนความอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

การผ่าตัดดึงหน้า (Face Lift) เป็นศัลยกรรมยกกระชับผิวหนังและกล้ามเนื้อที่หย่อนคล้อยบริเวณใบหน้าและลำคอ โดยการเลาะชั้นผิวหนังและจัดการเนื้อเยื่อชั้น SMAS (Superficial Musculo Aponeurotic System) เพื่อให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และเรียบเนียนขึ้น เห็นผลชัดเจนในระยะยาว

การผ่าตัดดึงหน้าคืออะไร?

การผ่าตัดดึงหน้า หรือ Rhytidectomy คือการศัลยกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวหนังและกล้ามเนื้อบนใบหน้า ซึ่งเกิดจากอายุที่มากขึ้น แรงโน้มถ่วง และการสูญเสียคอลลาเจน โดยมุ่งเน้นการจัดเรียงโครงสร้างเนื้อเยื่อชั้นลึก (SMAS) ให้ตึงกระชับ และตัดผิวหนังส่วนเกินออก เพื่อให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเห็นได้ชัด

ใครที่เหมาะกับการดึงหน้า?

• ผู้ที่มีปัญหาแก้มห้อยย้อย หรือร่องน้ำหมากลึก
• ผู้ที่มีผิวหนังบริเวณลำคอเหี่ยวย่น (Neck Band)
• ผู้ที่กรอบหน้าไม่ชัดเจน (Jowls)
• ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่าการฉีดฟิลเลอร์หรือร้อยไหม
• โดยทั่วไปจะเริ่มทำในกลุ่มอายุ 40-50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยก่อนวัย

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) 

• ผ่าตัดดึงหน้าอยู่ได้นานกี่ปี? * คำแนะนำ: โดยทั่วไปผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 7-10 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพผิวเดิม แต่ใบหน้าจะดูเด็กกว่าอายุจริงเสมอ
• เจ็บไหม? ต้องพักฟื้นนานแค่ไหน?
• คำแนะนำ: ระหว่างทำมีการฉีดยาชาทำให้ไม่รู้สึกเจ็บ หลังทำอาจมีอาการตึงหรือบวมช้ำประมาณ 1-2 สัปดาห์ และจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนในเดือนที่ 1-3
• จะดู “หน้าตึงเกินไป” จนไม่เป็นธรรมชาติไหม?
• คำแนะนำ: เน้นย้ำเรื่องเทคนิคการปรับองศาการดึง (Vector) ให้เข้ากับโครงหน้าเฉพาะบุคคล เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติที่สุด (Natural Look) ไม่เหมือน “หน้าถูกสตัฟฟ์”

ผ่าตัดดึงส่วนไหน แก้ปัญหาอะไรบ้าง

1. ดึงหน้าผาก (Forehead Lift) – เหมาะสำหรับผู้ที่มีหัวคิ้วย่น มีรอยย่นบนหน้าผาก หางตาตก และคิ้วต่ำลงมา จนรบกวนการมองเห็น ต้องเลิกคิ้วในการมองอยู่ตลอด โดยปกติหน้าผากเราจะมีกล้ามเนื้อใต้ผิวหนัง เมื่อเลิกคิ้วเป็นเวลานาน จึงทำให้เกิดริ้วรอยดังกล่าว
 
2. ดึงใบหน้าส่วนบนและหางตา (Upper Facelift/Temporal Lift) – การดึงใบหน้าส่วนนี้ สำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาหางตาตก ตาเศร้า โหนกแก้มเริ่มหย่อนคล้อย ในส่วนนี้ จะทำให้ใบหน้าดูยกขึ้น รอยตีนกาและริ้วรอยบริเวณหางตาลดลง ใบหน้าส่วนบนก็จะตึงและดูกระชับขึ้น
 
3. ดึงใบหน้าส่วนกลางเเละส่วนล่าง (Lower Facelift) – แก้ไขปัญหาร่องแก้มที่ลึกให้จางลง แก้ไขร่องน้ำหมาก ทำให้ใบหน้าส่วนล่างตึงและถูกยกขึ้น ให้ใบหน้าเรียวเป็น V-shape
 
4. ดึงคอ (Neck Lift) – ทำให้ลำคอตึงขึ้น ลดความหย่อนคล้อย ลดเหนียงบริเวณคอ เพื่อให้เข้ากับส่วนของใบหน้าที่อ่อนวัยลง

ทำไมต้องผ่าตัดดึงหน้า?

โดยเมื่อเวลาอายุมากขึ้นผิวหนังและส่วนต่างๆ บริเวณใบหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงและโรยราตามอายุ โดยอาจแบ่งได้ 4 ส่วน ของใบหน้าดังนี้
 
1. บริเวณหน้าผากและคิ้ว จะมีรอยย่นชัดเจนมากขึ้น และคิ้วทั้งสองข้างจะตกลงมาต่ำกว่าปกติ ทำให้หนังตาบนย้อยลงมาปิดขนตา โดยนอกเหนือจากการเหี่ยวย่นตามอายุแล้ว การทำสีหน้าเครียด การบีบ กดหน้าจนเคยชิน ก็อาจทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้าด้วย
2. บริเวณรอบดวงตาและแก้มจะมีหนังตาหย่อนทั้งบนและล่าง หนังตาล่างก็จะมีบวมจากไขมัน และมีรอยย่นตีนกา
บริเวณด้านข้างของตา โดยรอยตีนกาเป็นปัญหาเป็นอย่างมากสำหรับผู้หญิง
 
3. บริเวณคางและแก้มส่วนล่าง โดยเฉพาะตรงบริเวณทางด้านข้างจะมีผิวหนังย้อยลงมาเลยขอบกระดูกของขากรรไกรล่าง และจะมีผิวหนังส่วนเกินบริเวณข้างมุมปากชัดเจนขึ้น และใต้คางจะมีผิวหนังและไขมันย้อย
 
4. ผิวหนังบริเวณลำคออาจย่น เป็นสัน หรือเกิดเหนียง
การผ่าตัดดึงหน้า มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขการหย่อนยานของผิวหนังบริเวณใบหน้าและลำคอรวมถึงเนื้อเยื่ออ่อนที่อยู่ภายในโดยเข้าไปยกกระชับเนื้อเยื่อที่อยู่ภายในรวมถึงอาจมีการตัดผิวหนังที่หย่อนยานออก ทำให้ใบหน้าดูกระชับ และเรียบตึงขึ้น ดูอ่อนกว่าวัย

การเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัดดึงหน้า

• พบแพทย์เพื่อปรึกษาแนวทาง ทำความเข้าใจ และวางแผนการผ่าตัด
• ตรวจสุขภาพความพร้อมร่างกายคนไข้
• งดยาแอสไพริน ก่อนผ่าตัดเพื่อป้องกันเลือดหยุดยาก งดสูบหรี่ก่อนผ่าตัด 2 อาทิตย์ และหลังผ่าตัด 1-2 อาทิตย์ด้วย เพราะการสูบบุหรี่จะทำให้เลือดไปเลี้ยงที่ผิวหนังไม่ดี จะทำให้แผลสมานกันได้ช้า

การดูแลตัวเองหลังทำผ่าตัดดึงหน้า

• หลังผ่าตัดจะทำให้ใบหน้าเกิดอาการบวมและมีรอยช้ำประมาณ 1-2 สัปดาห์ แต่คนไข้สามารถล้างหน้า สระผม แปรงฟัน ได้ตามปกติ ในวันรุ่งขึ้นหลังการผ่าตัด และจะมีการตัดไหมประมาณ 5-7 วันหลังผ่าตัด โดยทั่วไปใบหน้าจะกลับสู่สภาพปกติระหว่าง 1-3 เดือน ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวแพทย์จะนัดผู้ป่วยมาเช็คเป็นระยะๆ ในช่วงที่มีบวมของใบหน้า ส่วนต่างๆ ของใบหน้าอาจจะยังดูไม่เท่ากัน แต่ทุกอย่อางจะกลับสู่ปกติเมื่อยุบบวมแล้ว โดยทั่วไปผู้ป่วยควรจะพักอยู่ภายในบ้านในสัปดาห์แรกหลังผ่าตัด และควรพักอยู่กับที่หรืออยู่บ้านของคนไข้เอง 1-3 วันหลังการผ่าตัด
 
• หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารแสลง อาหารหมักดอง เพื่อให้บาดแผลผ่าตัดนั้นฟื้นฟูตัวเองได้ไวขึ้น ดูแลรักษาบาดแผลให้แห้งและสะอาดอยู่ตลอดเวลา โดยหลังจากผ่าตัดทางทีมแพทย์จะนัดเข้ามาทำความสะอาดแผล และตรวจติดตามผลหลังการผ่าตัดเป็นระยะๆ และจะนัดเข้ามาตัดไหมหลังจากผ่าตัดไปแล้วอยู่ที่ 1-2 สัปดาห์

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น การเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน มักจะเป็นผลมาจากการใช้ยาให้หลับหรือยาสลบ ในช่วงวันสองวันแรก อาจจะมีบริเวณใต้ผิวหนังซึ่งมีเลือดค้างอยู่ มักจะดีขึ้นเอง มีบางรายที่อาจต้องดูดออก อาจจะมีกล้ามเนื้อบางส่วนของใบหน้ายังทำงานไม่ได้ปกติ เช่น เวลายิ้ม หรือยักคิ้ว อาจจะไม่เท่ากัน มักจะดีขึ้นเองเมื่อเส้นประสาทและกล้ามเนื้อหายช้ำประมาณ 1-2 เดือน หลังผ่าตัด นอกจากนี้จะมีแผลเป็นบริเวณหลังหูอยู่นานหรือนูนได้ ซึ่งสามารถรักษาได้โดยการทายาหรือฉีดยาเฉพาะที่ ส่วนในบริเวณผมอาจจะมีผมร่วงบริเวณผ่าตัดได้ แต่มักจะงอกขึ้นมาใหม่ในระยะ 2-3 เดือนหลังผ่าตัด LANNA

REVIEW

ผ่าตัดดึงหน้าที่ไหนดี