ลดริ้วรอยคอ
ลดริ้วรอยคอ การฉีดโบบริเวณลำคอ หรือที่หลายคนเรียกว่า “Nefertiti Lift” เป็นเทคนิคที่ช่วยให้ลำคอดูตึงกระชับและใบหน้าส่วนล่างดูคมชัดขึ้น
1. โบท็อกคอช่วยเรื่องอะไรบ้าง?
หลักๆ แล้วโบท็อกจะเข้าไปจัดการกับกล้ามเนื้อที่ชื่อว่า Platysma ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อแผ่นบางๆ ที่คลุมตั้งแต่กรามลงไปถึงไหปลาร้า
• ลดริ้วรอยแนวตั้ง (Neck Bands): เวลาเราเกร็งคอหรือพูด แล้วมีเส้นเอ็นปูดขึ้นมาเป็นลำๆ โบท็อกซ์จะช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนนี้คลายตัว เส้นเหล่านั้นจะหายไป
• ยกกระชับกรอบหน้า (Jawline Definition): กล้ามเนื้อคอปกติจะดึงผิวหน้าลง การฉีดโบท็อกเพื่อคลายกล้ามเนื้อส่วนนี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อดึงหน้าที่ยกขึ้นทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้กรอบหน้าดูชัดและยกกระชับขึ้น
• ลดริ้วรอยแนวนอน (Neck Lines): ช่วยได้บ้างในกรณีที่เป็นริ้วรอยตื้นๆ ที่เกิดจากการพับของผิวหนัง แต่หากเป็นร่องลึกจากอายุหรือสรีระ อาจต้องใช้ฟิลเลอร์ (Filler) หรือเครื่องยกกระชับร่วมด้วย LANNA
โบท็อกคอ VS ฟิลเลอร์คอ (เลือกอะไรดี?)
บ่อยครั้งที่ริ้วรอยที่คอไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว การเลือกหัตถการจึงต่างกัน
• ฉีดโบท็อก: เหมาะกับริ้วรอยที่เกิดจาก “การขยับ” เช่น เวลาพูดแล้วคอเป็นเส้นๆ หรือต้องการยกกระชับกรอบหน้า (Nefertiti Lift)
• ฉีดฟิลเลอร์: เหมาะกับริ้วรอยที่เป็น “ร่องลึกแนวนอน” (เหมือนรอยพับ) ซึ่งเกิดจากการขาดคอลลาเจนหรือผิวฝ่อตัว ฟิลเลอร์จะเข้าไปเติมให้ร่องนั้นเต็มและเรียบเนียนขึ้น
ริ้วรอยที่คอไม่ได้เกิดจากออะไร
มักจะแบ่งสาเหตุออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ เพื่อให้เลือกวิธีรักษาได้ถูกต้อง
1. พฤติกรรมที่เรียกว่า “Tech Neck” (สาเหตุหลักในยุคปัจจุบัน)
ในยุคที่เราใช้สมาร์ทโฟนตลอดเวลา “อาการก้มหน้าบ่อย” คือสาเหตุเบอร์หนึ่ง
• รอยพับแนวนอน: การก้มหน้าทำให้ผิวหนังบริเวณคอถูกกดทับซ้ำๆ จนเกิดเป็นรอยยับ เหมือนกับการที่เราพับกระดาษบ่อยๆ แล้วรอยนั้นไม่หายไป
• น้ำหนักของศีรษะ: เมื่อเราก้มทำมุม กล้ามเนื้อคอและผิวหนังต้องรับน้ำหนักหัวเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ส่งผลให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นเร็วขึ้น
2. โครงสร้างกล้ามเนื้อ (Platysma Bands)
• กล้ามเนื้อดึงลง: เมื่อเรามีอายุมากขึ้น หรือใช้การแสดงสีหน้ามากเกินไป กล้ามเนื้อแผ่นบางๆ ที่คอ (Platysma) จะหดตัวและหนาขึ้นจนกลายเป็นลำๆ (Vertical Bands)
• แรงดึง: กล้ามเนื้อส่วนนี้จะดึงผิวหน้าและคอลงข้างล่าง ทำให้เกิดความหย่อนคล้อย
3. การเสื่อมสภาพตามวัยและสิ่งแวดล้อม (Biological Aging)
• ผิวคอบางกว่าผิวหน้า: ผิวบริเวณคอมีต่อมไขมันน้อยกว่าและชั้นผิวบางกว่าหน้ามาก ทำให้เก็บกักความชุ่มชื้นได้น้อยและเหี่ยวได้ง่าย
• การสูญเสีย Collagen & Elastin: เมื่ออายุ 25 ปีขึ้นไป ร่างกายผลิตคอลลาเจนลดลง ผิวจึงไม่เด้งกลับหลังจากการขยับ
• แสงแดด (Photoaging): หลายคนทากันแดดที่หน้าแต่ลืมทาที่คอ รังสี UV จะเข้าไปทำลายโครงสร้างผิวถึงชั้นลึก ทำให้ผิวคอดูแห้งกร้านและเป็นริ้วรอยเล็กๆ (Fine Lines)
เคล็ดลับที่ทำได้เองที่บ้านแบบง่ายๆ
1. ปรับพฤติกรรม “หน้าจอ” (Anti-Tech Neck)
นี่คือสาเหตุที่คนอายุน้อยเริ่มมีริ้วรอยคอกันมากขึ้น
• ยกมือถือขึ้นมา: แทนที่จะก้มมองมือถือ ให้ยกมือถือขึ้นมาให้อยู่ในระดับสายตา (Eye Level) เพื่อให้คอตั้งตรง
• จัดจอคอมพิวเตอร์: ขอบบนของจอคอมพิวเตอร์ควรตรงกับระดับสายตาพอดี หากใช้ Laptop ควรหาขาตั้งเสริมและใช้คีย์บอร์ดแยก
2. สกินแคร์ “ทาขึ้น อย่าทาลง”
การดูแลผิวคอควรทำให้เป็นกิจวัตรเดียวกับผิวหน้า
• ทาครีมแบบย้อนแรงโน้มถ่วง: เวลาทาครีมบำรุงที่คอ ให้ใช้ฝ่ามือลูบจาก “ล่างขึ้นบน” (จากไหปลาร้าขึ้นไปหาคาง) เพื่อช่วยพยุงผิวไม่ให้หย่อนคล้อย
• กันแดดคือพระเอก: รังสียูวีทำลายคอลลาเจนที่คอได้รุนแรงพอๆ กับที่หน้า ดังนั้น “หน้าทาแค่ไหน คอต้องทาแค่นั้น”
• เน้นความชุ่มชื้น: ผิวคอแห้งง่ายมาก ควรเลือกสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid หรือ Ceramide เพื่อให้ผิวอิ่มน้ำ รอยพับจะได้ไม่ลึกขึ้น
3. ท่าบริหารกล้ามเนื้อคอ (Neck Exercise)
ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและทำให้ผิวดูตึงกระชับขึ้น:
• ท่าเงยหน้ามองฟ้า: เงยหน้าขึ้นช้าๆ จนรู้สึกตึงที่คอ ทำปากจู๋เหมือนจะจูบเพดานค้างไว้ 5 วินาที แล้วคลายออก (ทำ 10 ครั้งต่อวัน) ท่านี้จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อ Platysma โดยตรง
• ท่ายืดคอด้านข้าง: เอียงหูไปหาไหล่ทีละข้างเบาๆ เพื่อลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อคอจากการทำงาน
ใครที่เหมาะกับโปรแกรมนี้?
• คนที่มีเส้นเอ็นที่คอชัดเจนเวลาพูดหรือแสดงสีหน้า
• คนที่รู้สึกว่ากรอบหน้าไม่ชัด หรือผิวช่วงกรามเริ่มหย่อนคล้อย
• คนที่ต้องการดูแลผิวคอให้ดูเรียบเนียนควบคู่ไปกับการทำหน้า
การเตรียมตัว “ก่อน” เข้ารับการฉีด
• งดกลุ่มยาและอาหารเสริมที่ทำให้เลือดหยุดไหลช้า (7 วันก่อนทำ)
• อาหารเสริม: วิตามินอี (Vitamin E), น้ำมันปลา (Fish Oil), สารสกัดจากใบแปะก๊วย, โสม, กระเทียมอัดเม็ด
• งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนทำ): เพราะแอลกอฮอล์ทำให้เส้นเลือดขยายตัว เพิ่มโอกาสเขียวช้ำได้ง่าย
• เช็คสุขภาพเบื้องต้น: หากมีประวัติแพ้โปรตีนไข่ขาว, เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia Gravis) หรือกำลังตั้งครรภ์/ให้นมบุตร ห้ามฉีดเด็ดขาด
• งดการสครับผิวหรือเลเซอร์แรงๆ: บริเวณคอในช่วง 2-3 วันก่อนทำ เพื่อป้องกันผิวระคายเคือง
การดูแลตัวเอง “หลัง” การฉีด
ช่วง 3 – 4 ชั่วโมงแรก
• ห้ามนอนราบ: พยายามตั้งคอให้ตรงหรือนั่งพักผ่อน เพื่อป้องกันไม่ให้โบท็อกซ์ไหลไปยังกล้ามเนื้อส่วนอื่นที่ไม่ได้ต้องการรักษา (เช่น กล้ามเนื้อที่ใช้กลืนหรือออกเสียง)
• งดนวดหรือกด: ห้ามคลึง กด หรือเกาบริเวณรอยเข็ม เพราะจะทำให้ยากระจายตัวผิดทิศทาง
ช่วง 24 ชั่วโมงแรก
• งดออกกำลังกายหนัก: การออกกำลังกายที่เหงื่อออกมากหรือทำให้ความดันสูงจะส่งผลต่อการทำงานของยา
• งดความร้อนสูง: เลี่ยงการล้างหน้า/อาบน้ำด้วยน้ำร้อนจัด, งดไดร์เป่าผมลมร้อนจ่อที่คอ, และงดเข้าซาวน่า
• งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: เพื่อลดความเสี่ยงการบวมและอักเสบ
ช่วง 1 – 2 สัปดาห์แรก
• เลี่ยงการนวดคอ/นวดไทย: เพราะแรงกดที่รุนแรงสามารถทำให้ยาเคลื่อนที่ได้แม้ผ่านไปหลายวันแล้ว
• สังเกตอาการผิดปกติ: เช่น กลืนอาหารลำบาก, เสียงแหบ, หรือคออ่อนแรง










