LINE
หมอ
FUE Hair transplant

แก้จมูกที่ไหนดี ? รีวิวประสบการณ์จริงที่ Meda Clinic
คลินิกเสริมจมูกเชียงใหม่ที่หลายคนบอกต่อ

ใครที่เคยเสริมจมูกมาแล้วแต่ ทรงไม่สวย ปลายบาง ซิลิโคนลอย เอียง หรือทะลุ คำถามยอดฮิตที่สุดคือ “แก้จมูกที่ไหนดี ที่ปลอดภัยและทำแล้วจบจริง?” การแก้จมูกไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะยากกว่าการเสริมครั้งแรกหลายเท่า
ต้องใช้ทั้ง แพทย์ที่มีประสบการณ์ + เทคนิคเฉพาะทาง + การประเมินโครงสร้างจมูกเดิมอย่างละเอียด จากที่ได้มีโอกาสรีวิวหลายคลินิกในเชียงใหม่
หนึ่งในคลินิกที่ถูกพูดถึงบ่อยและผลลัพธ์ค่อนข้างสม่ำเสมอ คือ Meda Clinic

แก้จมูกที่ไหนดี

แก้จมูกที่ไหนดี ?

แก้จมูกที่ไหนดี คลินิกงานแก้ปังๆ จบปัญหาปลายบาง ซิลิโคนทะลุ

การศัลยกรรมแก้จมูก (Rhinoplasty Revision) ถือเป็นงาน “ปราบเซียน” ของศัลยแพทย์เพราะไม่ใช่แค่การใส่ซิลิโคนใหม่เข้าไป แต่คือการซ่อมแซมเนื้อเยื่อเดิมที่บอบช้ำ มีพังผืด หรือโครงสร้างเดิมที่ผิดรูปไปแล้ว
ทำไมการแก้จมูกถึง “ยาก” กว่าการทำครั้งแรก?
• พังผืด (Scar Tissue): การผ่าตัดครั้งแรกจะสร้างพังผืดขึ้นมา ทำให้เนื้อเยื่อแข็งและยืดหยุ่นน้อยลง
• โครงสร้างเสียหาย: บางเคสมีการตะไบฮัมพ์ (Hump) หรือตัดกระดูกอ่อนเดิมออกไปมากเกินไป
• เนื้อจมูกบางลง: การที่ซิลิโคนเดิมกดทับเป็นเวลานาน ทำให้ผิวหนังส่วนปลายจมูกบางลง เสี่ยงต่อการทะลุได้ง่าย
แก้จมูกที่ไหนดี

ทำไม “การแก้จมูก” ถึงต้องเลือกคลินิกดีเป็นพิเศษ?

หลายคนเข้าใจว่า “แก้จมูก” คือแค่เอาซิลิโคนอันเก่าออก แล้วใส่อันใหม่เข้าไป ฟังดูเหมือนง่าย ใช้เวลาไม่นาน และคิดว่าคงไม่ต่างจากการเสริมครั้งแรก แต่ในความเป็นจริง… การแก้จมูก (Revision Rhinoplasty) คือหนึ่งในหัตถการที่ยากที่สุดของศัลยกรรมจมูก เพราะแพทย์ไม่ได้เริ่มจาก “จมูกปกติ” แต่ต้องทำงานกับ เนื้อเยื่อที่เคยผ่าตัดมาแล้ว เสียหายมาแล้ว และมีพังผืดสะสมอยู่

ซึ่งความยากจะเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่เคยผ่าตัดมาก่อน สิ่งที่แพทย์ต้องเจอในเคสแก้จมูกจริง ๆ ไม่ใช่แค่ถอดแล้วใส่ใหม่ แต่ต้องทำหลายขั้นตอนพร้อมกัน เช่น

  • ต้องเลาะพังผืดเก่า

  • ต้องซ่อมเนื้อจมูกที่บาง

  • ต้องปรับโครงสร้างใหม่

  • บางเคสต้องใช้กระดูกอ่อนหลังหู/ซี่โครง

  • ทะลุซ้ำ

  • ทรงแข็ง ไม่ธรรมชาติ

  • เบี้ยวอีกครั้ง

  • อักเสบเรื้อรัง

ดังนั้น เลือกคลินิกสำคัญกว่าราคาเสมอ

เทคนิคการแก้จมูกที่นิยมในปัจจุบัน

การเลือกเทคนิคขึ้นอยู่กับ “ต้นทุนเนื้อ” และ “ปัญหา” ของแต่ละบุคคล:
A. การแก้แบบปิด (Closed Revision)
• เหมาะสำหรับ: เคสที่ต้องการเปลี่ยนทรงเล็กน้อย, แก้ไขซิลิโคนเบี้ยวเอียงเพียงเล็กน้อย และเนื้อจมูกยังมีความหนาพอสมควร
• ข้อดี: แผลอยู่ด้านใน, บวมช้ำน้อย, พักฟื้นไว
B. การแก้แบบโอเพ่น (Open Reconstruction)
• เหมาะสำหรับ: เคสที่โครงสร้างภายในพัง, ปลายจมูกบาง, จมูกสั้นเหิน (Piggy Nose), หรือต้องการเปลี่ยนทรงจากสายฝอเป็นสายเกาแบบสุดตัว
• ข้อดี: แพทย์เห็นโครงสร้างทั้งหมด สามารถเลาะพังผืด ยืดผนังกั้นจมูก และจัดวางกระดูกอ่อนใหม่ได้อย่างแม่นยำ
แก้จมูกที่ไหนดี

การใช้กระดูกอ่อนตัวเอง (Autologous Graft)

การใช้กระดูกอ่อนตัวเอง (Autologous Graft) ในงานแก้ มักจะไม่แนะนำให้ใช้ซิลิโคนเพียวๆ อีกต่อไป แต่มักใช้ร่วมกับ :
• กระดูกอ่อนหลังหู: ใช้รองปลายจมูกเพื่อความละมุนและป้องกันการทะลุ
• กระดูกอ่อนซี่โครง (Rib Cartilage): เป็น Gold Standard ของงานแก้เคสหนักๆ เพราะมีความแข็งแรงสูง ใช้ยืดปลายจมูกให้พุ่งได้สวยและปลอดภัยที่สุด
• เนื้อเยื่อหลังหู/ไขมัน: ใช้สำหรับเคสที่ผิวหนังบางมาก เพื่อเพิ่มความหนาให้ผิวจมูก

ขั้นตอนการเตรียมตัว "ก่อน" แก้จมูก (Pre-Op Care)

ขั้นตอนการเตรียมตัว “ก่อน” แก้จมูก (Pre-Op Care)
1. งดกลุ่มยาและอาหารเสริม (สำคัญมาก)
  • 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด: งดยาแก้ปวด เพราะมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
  • งดอาหารเสริม: วิตามิน E, น้ำมันปลา (Fish Oil), สารสกัดจากโสม, แปะก๊วย และกระเทียมอัดเม็ด เนื่องจากทำให้เลือดหยุดไหลช้าและบวมนาน
2. ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต
  • งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์: อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เพราะนิโคตินทำให้เส้นเลือดหดตัว แผลหายช้า และเสี่ยงต่อเนื้อตาย
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายทำงานได้เต็มที่
3. เตรียมความพร้อมของร่างกายและใบหน้า
  • รักษาอาการอักเสบ: หากมีสิวอักเสบเม็ดใหญ่บริเวณจมูก หรือมีอาการหวัด คัดจมูก มีน้ำมูก ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้าเพื่อเลื่อนการผ่าตัด
  • ความสะอาด: วันผ่าตัดควรสระผมให้เรียบร้อย (เพราะหลังทำจะสระลำบาก) และงดแต่งหน้า งดทาเล็บมือเล็บเท้า (เพื่อตรวจเช็คค่าออกซิเจนในเลือด)
แก้จมูกที่ไหนดี

ขั้นตอนการดูแลตัวเอง "หลัง" แก้จมูก (Post-Op Care)

ขั้นตอนการดูแลตัวเอง “หลัง” แก้จมูก (Post-Op Care)
1. การประคบเพื่อลดบวม (The Cold & Hot Rule)
  • 48-72 ชั่วโมงแรก: ประคบเย็น บริเวณข้างแก้มและหน้าผาก (ห้ามวางทับดั้งจมูกตรงๆ) เพื่อให้หลอดเลือดหดตัว ลดอาการเลือดซึมและบวม
  • วันที่ 4 เป็นต้นไป: เปลี่ยนเป็น ประคบอุ่น เพื่อช่วยสลายลิ่มเลือดและลดรอยเขียวช้ำ
2. ท่านอนและการใช้ชีวิตประจำวัน
  • นอนหนุนหมอนสูง: ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ควรนอนหัวสูง (ใช้หมอนรองคอช่วย) เพื่อให้เลือดไหลเวียนดีและลดอาการบวม
  • ห้ามนอนตะแคง: อย่างน้อย 1 เดือน เพื่อป้องกันไม่ให้ซิลิโคนเคลื่อนที่หรือบิดเบี้ยว
• งดการออกกำลังกายหนัก: และการก้มหน้าต่ำเป็นเวลานานในช่วง 1 เดือนแรก
3. การทำความสะอาดและดูแลแผล
  • ห้ามแผลโดนน้ำ: จนกว่าจะตัดไหม (ประมาณ 7-14 วัน) ให้ใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดหน้าแทน
  • เช็ดแผลอย่างเบามือ: ใช้คอตตอนบัดชุบน้ำเกลือ (Normal Saline) เช็ดคราบเลือดบริเวณแผลผ่าตัดวันละ 2-3 ครั้ง ตามด้วยยาฆ่าเชื้อตามที่แพทย์สั่ง
4. อาหารที่ “ควรทาน” และ “ควรเลี่ยง”
  • ควรทาน: อาหารที่มีโปรตีนสูงช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ, ใบบัวบก, มะพร้าว, ฟักทอง (ช่วยลดบวม)
  • ควรเลี่ยง: อาหารหมักดอง, อาหารทะเล, อาหารรสจัด, ส้มตำปลาร้า และแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้แผลอักเสบ คัน และติดเชื้อได้

ข้อห้ามเด็ดขาด (Common Mistakes)

 5 ข้อห้ามเด็ดขาด (Common Mistakes)
1. ห้ามแคะ แกะ เกาจมูก: แม้จะคันแค่ไหนก็ต้องอดทน เพราะมือที่ไม่สะอาดอาจนำเชื้อโรคเข้าสู่แผลผ่าตัด
2. ห้ามยกของหนัก: การเกร็งหน้าหรือยกของหนักจะทำให้เส้นเลือดฝอยแตกและบวมมากขึ้น
3. ห้ามให้แผลอับชื้น: หลังเช็ดน้ำเกลือ ควรซับแผลให้แห้งเสมอเพื่อป้องกันแผลเปื่อย
4. ห้ามใส่เสื้อผ้าแบบสวมทางหัว: ควรใส่เสื้อที่มีกระดุมหน้า เพื่อเลี่ยงการกระแทกจมูกขณะสวมใส่
5. ห้ามละเลยนัดหมอ: แม้ทรงจะดูสวยแล้ว แต่การไปตรวจตามนัด (Follow-up) สำคัญมากเพื่อให้หมอเช็คพังผืดภายใน
แก้จมูกที่ไหนดี

กลุ่มอาหารฟื้นฟูร่างกายหลังแก้จมูก

5 กลุ่มอาหารฟื้นฟูร่างกายหลังแก้จมูก
1. กลุ่มโปรตีนคุณภาพสูง (Protein)
โปรตีนคือสารอาหารหลักที่ร่างกายใช้ซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายจากการผ่าตัด
  • อาหารแนะนำ: เนื้อปลา, อกไก่, ไข่ต้ม, เต้าหู้ และถั่วต่างๆ
  • ทำไมต้องทาน: ช่วยให้แผลสมานตัวเร็วขึ้น ลดโอกาสแผลปริหรือหายช้า
 
2. กลุ่มลดบวม ลดอักเสบ (Anti-Inflammatory)
สมุนไพรและผักพื้นบ้านที่มีฤทธิ์เย็นและช่วยขับปัสสาวะ ลดการกักเก็บน้ำในร่างกาย
  • ใบบัวบก: ช่วยลดการอักเสบ ช้ำใน และทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง
  • ฟักทอง: วิตามิน A สูงมาก ช่วยลดการติดเชื้อและลดอาการบวมน้ำหลังผ่าตัดได้ดีเยี่ยม
  • มะพร้าว: น้ำมะพร้าวมีฤทธิ์ช่วยขับสารพิษและลดอาการบวม (ควรดื่มน้ำมะพร้าวสด ไม่เติมน้ำตาล)
 
3. กลุ่มวิตามินซี (Vitamin C)
  • อาหารแนะนำ: ส้ม, กีวี่, สตรอว์เบอร์รี่, ฝรั่ง และบรอกโคลี
  • ทำไมต้องทาน: วิตามินซีช่วยในการสร้างคอลลาเจน ทำให้โครงสร้างผิวหนังบริเวณที่ผ่าตัดแข็งแรงขึ้น และช่วยลดรอยดำจากรอยช้ำได้ดี
 
4. กลุ่มธาตุสังกะสี (Zinc)
  • อาหารแนะนำ: เมล็ดทานตะวัน, ข้าวกล้อง, และธัญพืชต่างๆ
  • ทำไมต้องทาน: ซิงค์ (Zinc) มีส่วนสำคัญมากในการแบ่งตัวของเซลล์ใหม่ ช่วยให้แผลแห้งไวและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
 
5. กลุ่มโพรไบโอติกส์ (Probiotics)
  • อาหารแนะนำ: โยเกิร์ตรสธรรมชาติ
  • ทำไมต้องทาน: หลังผ่าตัดเรามักต้องทานยาฆ่าเชื้อ (Antibiotics) ซึ่งอาจไปทำลายจุลินทรีย์ดีในลำไส้ การทานโยเกิร์ตจะช่วยปรับสมดุลระบบขับถ่าย ลดอาการท้องผูก (เพราะเราไม่ควรออกแรงเบ่งแรงๆ หลังทำจมูก)

รีวิวแก้จมูก เมด้าคลินิก

แก้จมูกเชียงใใหม่
แก้จมูกที่ไหนดี ?
แก้จมูกที่ไหนดี ? แก้จมูกที่ไหนดี ? แก้จมูกที่ไหนดี ? 2569 แก้จมูกที่ไหนดี ? แก้จมูกที่ไหนดี ? แก้จมูกที่ไหนดี ?  แก้จมูกที่ไหนดี ? แก้จมูกที่ไหนดี ? แก้จมูกที่ไหนดี ? แก้จมูกที่ไหนดี ? เชียงใหม่ แก้จมูกที่ไหนดี ? แก้จมูกที่ไหนดี ? แก้จมูกที่ไหนดี? แก้จมูกที่ไหนดี? แก้จมูกที่ไหนดี? แก้จมูกที่ไหนดี? แก้จมูกที่ไหนดี?

แก้จมูก open แก้จมูกที่ไหนดี? แก้จมูก แก้จมูก แก้จมูก แก้จมูก แก้จมูก

About us​

ดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ผ่านการอบรมและมีใบรับรองจากหลายสถาบัน

ทีมแพทย์ของเรา

หมอ
หมอ

ดร.นพ.ธีรศักดิ์ แพทยาดิกุล
Dr.Teerasak Pattayadeekul

อาจารย์พิเศษ Dermatology and Regenerative medicine สำนักเวชศาสตรชะลอวัย ม.แม่ฟ้าหลวง / แพทย์ปริญญาเอก สาขา ผิวหนัง ศัลยกรรมผิวหนัง/เลเซอร์/ความงาม

  • Fellow in dermato surgery & LASER รามาธิบดี
  • Vissiting fellow dermatology Juntendo Dermatology & Dermatopathology.
  • MD.Msc.Phd in Dermatology / LASER / Aesthetic Surgery.
  • Fellow in LASER surgey and Facial plastic surgery Fort Lauaderdel Florida USA
  • Diploma of Hair Transplantation by Thai association and Academy of Cosmetic surgery and medicine
  • Diplomate American board hair transplsnt ( ABHRS)
หมอ

พญ.ทวีพร ตรีประภากร
Dr.Thaweeporn Treepraphakorn

แพทย์สาขาศัลยกรรมความงาม/เลเซอร์/ปลูกผม
แพทย์ อเมริกันบอร์ดปลูกผม (ABHRS)

  • Fellowship in Cosmetic Surgery/ Korean  college of Cosmetic Surgery
  • Diplomate American Board of Hair Restoration  Surgery/ABHRS
  • International Board of Hair Restoration Surgery / IBHRS
  • Certificate Hair transplantation By Korean Society of Hair Restoration Surgery
  • Member in association of Aesthetic Anti-aging Surgery,Thailand
  • Member of International Society of Hair Restoration Surgery (ISHRS)
  • Certificate Liposuction and Fat grafting by Korean college of Cosmetic Surgery
  • Master degree in Dermatology (MSc)
หมอ
หมอ
หมอ
หมอ

line

เมด้าคลินิกมี 5 สาขา ใกล้บ้านท่าน

meda

สาขา เชียงใหม่
เลขที่ 574 ถนน เชียงใหม่-ลำปาง ต.ท่าศาลา อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์   10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.

lanna

สาขา โครงการมีโชคพลาซ่า จังหวัดเชียงใหม่
206/17 ต.ฟ้าฮ่าม อ.เมือง จ.เชียงใหม่
Tel.053-230258 /062-3103799 /062-3103800

เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์   10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.

phd

สาขา พัทยา
194/5-6 ถนนพัทยากลาง อำเภอางละมุง เทศบาลเมืองชลบุรี 20150

เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์   10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.

phd

สาขา ภูเก็ต

92 54-55 ถ. เทพกระษัตรี ตำบล เกาะแก้ว เมืองภูเก็ต 83000 Tel.082-1037758

เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์   10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.

phd

สาขา กรุงเทพ ดอนเมือง
161/6 ซอยวิภาวดีรังสิต 33 แขวงสนามบินดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210
Tel 093-1315596

เวลาทำการ
จันทร์ – ศุกร์   10.00 – 19.30 น.
เสาร์ – อาทิตย์ 10.30 – 19.30 น.