หมอ

แพทย์อเมริกันบอร์ดปลูกผม

แพทย์อเมริกันบอร์ดปลูกผม เมด้าคลินิกปลูกผม โดยแพทย์ วุฒิบัตรอเมริกันบอร์ดปลูกผม 1 ใน 18 คน ของประเทศ
Diplomate American Board Hair Transplant
 
เทคนิคปลูกผม เมด้าคลินิก
เมด้าคลินิกใช้เทคนิคการปลูกผม Follicular Unit Extraction FUE with DHI Hair Transplant
 
เทคนิคการปลูกผม Follicular Unit Extraction (FUE with DHI Hair Transplant)เป็นนวัตกรรมการ  ปลูกผม  ผลลัพธ์ที่ได้คือธรรมชาติ สวย และเทคนิคการปลูกผมแบบ FUE with DHI Hair Transplantก็ได้รับการยืนยันจากศัลยแพทย์เทคนิค FUE with DHI Hair Transplant จากประเทศสหรัฐอเมริกาว่าพื้นที่ปลูกผมใหม่ด้วยเทคนิคการปลูกผมแบบ FUE with DHI Hair Transplant นั้นแข็งแรง ไม่มีการเสื่อมสภาพ
 
เทคนิคการปลูกผมแบบ FUE with DHI Hair Transplant เป็นนวัตกรรมการย้ายเซลล์รากผม โดยวิธีการเจาะเอาเซลล์รากผมมาปลูกถ่ายในบริเวณที่ไม่มีผมที่ต้องการรักษา โดยที่แพทย์ไม่จำเป็นต้องเราะตัดหนังศีรษะของคนไข้ออกมาเป็นชิ้นยาว เหมือนวิธีการปลูกผมแบบวิธีอื่นๆ LANNA
คลินิกปลูกผมเชียงใหม่

เทคนิค ปลูกผม FUE with DHI Hair Transplant คืออะไร?

การปลูกผมแบบ FUE with DHI Hair Transplant (Follicular Unit Extraction) คือ นวัตกรรมการย้ายรากผมจากบริเวณท้ายทอยทีละราก โดยใช้เครื่องมือพิเศษขนาดเล็กเพียง 0.6 – 0.9 mm เพื่อนำไปปลูกในบริเวณที่มีปัญหาผมบางหรือศีรษะล้าน
 
ทำไมต้องเลือกปลูกผม FUE with DHI Hair Transplant?
• No Linear Scar: ไม่มีแผลเป็นยาวที่ท้ายทอย ทิ้งเพียงจุดเล็กๆ ที่มองแทบไม่เห็น
• Minimal Recovery: แผลหายไว ใช้ชีวิตปกติได้ภายใน 1-2 วัน
• High Graft Survival: อัตราการรอดชีวิตของกราฟต์ผมสูงด้วยการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
คลินิกปลูกผมเชียงใหม่

มาตรฐานด้านความปลอดภัยในการปลูกผม FUE with DHI Hair Transplant

• ความปลอดภัยด้านบุคลากร (Medical Expertise): * ต้องดำเนินการโดย แพทย์เฉพาะทางด้านการปลูกผม ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพอย่างถูกต้อง
• ทีมผู้ช่วย (Graft Assistants) ต้องมีความชำนาญสูง
• ระบบยาชา (Local Anesthesia):
• เป็นการผ่าตัดเล็กที่ใช้เพียง ยาชาเฉพาะจุด ไม่ต้องวางยาสลบ ทำให้คนไข้รู้สึกตัวตลอดเวลาและมีความเสี่ยงต่ำกว่าการผ่าตัดใหญ่
• มีการตรวจสอบประวัติการแพ้ยาของคนไข้อย่างละเอียดก่อนเริ่มเคส
• ความสะอาดและปลอดเชื้อ (Sterilization):
• ห้องผ่าตัดต้องเป็นระบบควบคุมความสะอาดมาตรฐานเดียวกับโรงพยาบาล
• อุปกรณ์ทุกชิ้นที่ใช้ (เช่น หัวเจาะ Punch) ต้องผ่านการฆ่าเชื้อด้วยระบบ Autoclave หรือใช้แบบ Single-use (ใช้ครั้งเดียวทิ้ง) เท่านั้น
หมอ

American Board of Hair Restoration Surgery (ABHRS) คืออะไร?

คือ ใบเบิกทางที่สำคัญที่สุดเพราะนี่คือองค์กรเดียวในโลกที่ให้การรับรองความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านศัลยกรรมปลูกผมโดยตรง ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากล
 
ABHRS คืออะไร? : ABHRS เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรจากสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นเพื่อกำหนดมาตรฐานสูงสุดในการผ่าตัดปลูกผม แพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรนี้จะถูกเรียกว่า “Diplomate of the ABHRS” ซึ่งเป็นการการันตีว่าแพทย์คนนั้นไม่ได้แค่ “ทำเป็น” แต่เป็น “ผู้เชี่ยวชาญ” ที่ผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานโลก
คลินิกปลูกผมเชียงใหม่

แพทย์อเมริกันบอร์ด ต้องผ่านอะไรบ้าง?

ไม่ใช่แพทย์ทุกคนที่สมัครสอบได้แพทย์ต้องมีคุณสมบัติที่เข้มงวดมาก เช่น
 
• ประสบการณ์: ต้องมีประสบการณ์ปลูกผมมาแล้วไม่ต่ำกว่าระดับที่กำหนด (เช่น 3 ปีขึ้นไป) และต้องส่งเคสการรักษาจริง (Case Logs) ที่มีรายละเอียดครบถ้วนพร้อมภาพถ่ายก่อน-หลัง เพื่อให้คณะกรรมการตรวจสอบผลที่ได้
• การสอบข้อเขียน: ทดสอบความรู้ทางทฤษฎีอย่างละเอียด ตั้งแต่กายวิภาคของเส้นผม โรคทางผิวหนัง ไปจนถึงเทคนิคการผ่าตัดและจริยธรรม
• การสอบสัมภาษณ์ (Oral Exam): แพทย์ต้องเผชิญหน้ากับกรรมการเพื่อแก้ไขโจทย์ปัญหาทางคลินิกและสถานการณ์จำลอง เพื่อวัดไหวพริบและการตัดสินใจทางการแพทย์
• จริยธรรม: ต้องมีประวัติการรักษาที่ดี ไม่มีประวัติเสื่อมเสียทางวิชาชีพ
คลินิกปลูกผมที่ไหนดี

ข้อดีของการปลูกผม

1. เพิ่มความมั่นใจในตัวเอง
 
2. ผมยาวดกดูเป็นธรรมชาติ
 
3. มีผมที่ถาวรตั้งแต่การทำครั้งแรก
 
4. ผมที่ปลูกมาร่วงยาก
 
5. ดูหน้าเด็กลงเนื่องจากปลูกผมช่วยทำให้หน้าเราเด็กลง มั่นใจมากขึ้น

การเตรียมตัวก่อนปลูกผม

1. งดยาและวิตามิน: งดกลุ่ม Aspirin, Ibuprofen, Vitamin E, Fish Oil และสารสกัดจากโสมล่วงหน้า 2 สัปดาห์ (ป้องกันเลือดไหลไม่หยุด)
2. งดสิ่งเสพติด: งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อให้ออกซิเจนไปเลี้ยงรากผมได้ดี
3. การดูแลเส้นผม: หากต้องทำสีผม ให้ทำก่อนวันนัด 7 วัน (ห้ามทำหลังปลูกทันที)
4. การเตรียมตัววันงาน:
• สระผมให้สะอาด (ไม่ต้องฉีดสเปรย์หรือใส่เจล)
• รับประทานอาหารเช้าให้เรียบร้อย (เลี่ยงชา/กาแฟ)
• สำคัญ: ใส่เสื้อเชิ้ตที่มีกระดุมหน้า เพื่อเลี่ยงการเสียดสีขณะถอด/ใส่ชุด
คลินิกปลูกผมที่ไหนดี

ขั้นตอนการปลูกผม

การปลูกผมส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับจำนวนกราฟ) โดยมีขั้นตอนหลักดังนี้:
 
Step 1: การออกแบบและฉีดยาชา
แพทย์จะวาดแนวผมที่จะปลูกอีกครั้งเพื่อให้คุณยืนยัน จากนั้นจะทำการฉีดยาชาบริเวณ “Area ด้านหลัง” (ท้ายทอย) ซึ่งเป็นส่วนที่รากผมแข็งแรงที่สุด และบริเวณที่จะปลูก
 
Step 2: การเจาะกราฟผม (Extraction)
วิธีที่นิยมที่สุดคือ FUE with DHI Hair Transplant (Follicular Unit Extraction):
• แพทย์จะใช้หัวเจาะขนาดเล็กพิเศษ (ประมาณ 0.6 – 0.9 มม.) เจาะนำรากผมออกมาทีละกอ
• หากเป็นวิธี DHI (Direct Hair Implantation) จะใช้ปากกาเฉพาะทางเจาะและปักในคราวเดียว
 
Step 3: การคัดแยกและแช่น้ำยา (Graft Preparation)
เมื่อได้กราฟผมออกมาแล้ว ทีมผู้ช่วยจะนำไปคัดแยกใต้กล้องจุลทรรศน์ เพื่อเลือกกอผมที่มี 1, 2 หรือ 3 เส้น และแช่ในน้ำยาเลี้ยงเซลล์ที่อุณหภูมิเหมาะสม เพื่อรักษาอัตราการรอดชีวิตของรากผมให้สูงที่สุด
 
Step 4: การสร้างรูหรือปลูก (Implantation)
• แพทย์จะเจาะรูขนาดเล็กมากในบริเวณที่ผมบาง โดยคำนึ่งถึง ทิศทาง องศา และความหนาแน่น ของเส้นผมเพื่อ ให้ดูเป็นธรรมชาติ
• นำกราฟผมที่เตรียมไว้ฝังลงไปในรูเหล่านั้นอย่างระมัดระวัง ด้วยปากกาเฉพาะทางเจาะและปักในคราวเดียว (Direct Hair Implantation)
คลินิกปลูกผมที่ไหนดี

การดูแลหลังปลูกผม

1. 3 วันแรก (ช่วงระวังสูงสุด):
• ห้ามก้มศีรษะต่ำ ให้เดินตัวตรงเพื่อลดอาการบวม
• นอนหนุนหมอนสูง (45 องศา) หรือใช้หมอนรองคอช่วย
• ล้างแผลอย่างน้อย 3-4 เวลา ต่อวัน
2. การสระผม:
• งดสระผมเองในวันแรก (ควรกลับมาสระที่คลินิก)
• หลังจากนั้นใช้แชมพูสูตรอ่อนโยน ผสมน้ำตีฟองแล้วแตะเบาๆ ห้ามถูหรือเกา
3. สะเก็ดและการร่วง:
• สะเก็ดจะเริ่มแห้งและหลุดเองภายใน 7-14 วัน (ห้ามดึงเด็ดขาด)
• Shock Loss: ในช่วง 1-3 เดือนแรก ผมที่ปลูกจะร่วงไปก่อน (เป็นเรื่องปกติ) และจะเริ่มขึ้นใหม่ถาวรในเดือนที่ 4 เป็นต้นไป
4. กิจกรรมที่ควรเลี่ยง:
• งดออกกำลังกายหนัก/ว่ายน้ำ/ซาวน่า เป็นเวลา 1 เดือน
• เลี่ยงแสงแดดจัดๆ เป็นเวลา 2 สัปดาห์

Skinvive