ปลูกไรผม

ปลูกไรผม

ปลูกไรผม การปลูกผม (Hair Transplant) : และการปลูกไรผมเพื่อปรับรูปหน้า เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ต้องใช้ความละเอียดสูง ไม่ว่าคุณจะทำเพื่อแก้ปัญหา ศีรษะบาง หัวล้าน หรือแค่อยากปรับกรอบหน้าให้ดูละมุนขึ้น การปลูกไรผมสามารถช่วยได้

ปลูกไรผม

การปลูกผมคืออะไร?

คือ การนำเซลล์รากผมที่แข็งแรงบริเวณท้ายทอยย้ายมาไว้บริเวณที่มีปัญหา การปลูกผมวิธีนี้คนไข้ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น ไม่เจ็บ ข้อดีของวิธีนี้คือเส้นผมใหม่คือเส้นผมจริงของคนไข้ทำให้ดูเป็นธรรมชาติ เป็นผมซึ่งเกิดจากเซลล์รากผมที่แข็งแรงและเมื่อร่วงไปแล้วก็กลับขึ้นใหม่ได้อีก สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจเช่นการว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ฯลฯ และหลังได้รับการปลูกย้ายเซลล์ผมแล้วจะไม่มีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา สามารถสระผม ตัดผม ย้อมผม ฯลฯ ได้เอง หรือตามร้านตัดผมทั่วๆไปได้
 
การปลูกผมคือการผ่าตัดขนาดเล็ก โดยนำรากผมจากที่หนึ่ง ที่อยู่บริเวณด้านหลังศรีษะหรือผมช่วงท้ายทอย บริเวณนี้จะเป็นบริเวณที่เส้นผมมีความแข็งแรงที่สุดบนหนังศีรษะ ทำการแยกเฉพาะรากผมที่ต้องการ ซึ่งจะนำไปปลูกยังตำแหน่งที่มีปัญหาศีรษะล้าน ศีรษะเถิก ผมร่วง ผมบาง หรือในพื้นที่ที่ต้องการ

การปลูกไรผม คืออะไร?

การปลูกไรผม(Hairline Hair Transplant) คือส่วนย่อยของการปลูกผมที่เน้นในเรื่อง “ความสวยงามและการปรับรูปหน้า (Aesthetics)” เป็นหลัก โดยไม่ได้มุ่งเน้นแค่การแก้ปัญหาผมบาง แต่เป็นการสร้างแนวผมขึ้นมาใหม่ในจุดที่ไม่มีผมมาก่อน หรือจุดที่แนวผมเดิมสูงเกินไป LANNA

ทำไมคนถึงเลือกที่จะปลูกไรผม? ปลูกไรผมเพื่ออะไร? 

• เพื่อปรับรูปหน้า (Face Contouring): สำหรับคนที่มีหน้าผากกว้าง หน้าผากโหนก หรือหน้าผากรูปตัว M (M-Shape) ทำให้หน้าดูดุหรือดูแก่กว่าวัย
• เพื่อปิดรอยแหว่ง: แก้ไขปัญหาแนวผมไม่เท่ากัน หรือมีจุดที่ผมแหว่งหายไปตามธรรมชาติ
• เพื่แเปลี่ยนลุค: เช่น ผู้หญิงที่ต้องการแนวไรผมแบบโค้งมน (Round Hairline) เพื่อให้ใบหน้าดูละมุนแบบสาวเกาหลี

ใครที่เหมาะกับการปลูกไรผม?

1. คนหน้าผากกว้างแต่กำเนิด: แม้ผมไม่ร่วง แต่สัดส่วนหน้าผากกว้างเกินไป (สัดส่วนทองคำมักจะเป็น 1:1:1 ระหว่าง หน้าผาก:จมูก:คาง)
 
2. ผู้หญิงที่มัดผมตึงบ่อยๆ: จนแนวผมเริ่มรั้งถอยร่นขึ้นไป (Traction Alopecia)
 
3. สาว(LGBTQ+): ที่ต้องการเปลี่ยนแนวไรผมจากรูปตัว M แบบผู้ชาย ให้เป็นรูปโค้งมนแบบผู้หญิง

เทคนิควิธีการปลูกผม ที่เมด้าคลินิก

เทคนิคการปลูกผม Follicular Unit Extraction (FUE with DHI Hair Transplant) เป็นนวัตกรรมการปลูกผมที่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด ผลที่ได้ดูเป็นธรรมชาติ สวยงาม และเทคนิคการปลูกผม FUE ยังได้รับการยืนยันโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคนิค FUE with DHI Hair Transplant จากสหรัฐอเมริกาว่า บริเวณที่ปลูกผมใหม่ด้วยเทคนิคปลูกผม FUE with DHI Hair Transplant มีความแข็งแรง ไม่เกิดการถอยร่นเสื่อมสภาพ
 
เทคนิคการปลูกผมแบบ FUE with DHI Hair Transplant เป็นนวัตกรรมการย้ายเซลล์รากผม โดยวิธีการเจาะเอาเซลล์รากผมมาปลูกถ่ายในบริเวณที่ไม่มีผมที่ต้องการรักษา โดยที่แพทย์ไม่จำเป็นต้องเราะตัดหนังศีรษะของคนไข้ออกมาเป็นชิ้นยาว แผลเล็กไม่เหมือนวิธีการปลูกผมแบบวิธีอื่นๆ
ปลูกไรผม

ขั้นตอนและวิธีการรักษาเทคนิค FUE with DHI Hair Transplant

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการฉีดยาชา หรือให้คนไข้ทานยานอนหลับแบบอ่อนๆ และแพทย์ถึงจะเริ่มทำการรักษาปลูกผมใหม่ด้วยเทคนิค FUE โดยการใช้เครื่องมือพิเศษหัวเจาะ ( Punch ) ที่มีหัวขนาดเล็ก 0.6-0.9 มิลลิเมตร เจาะตรงบริเวณพื้นหนังศีรษะรอบกอผมที่กำหนด ลึกลงรากผม โดยเลือกใช้เซลล์ผมบริเวณด้านหลังศีรษะ ดึงกอผมที่มีความแข็งแรงเหล่านั้นออกมา และแพทย์จะทำการเจาะเปิดแผลเล็กๆ ขนาด 0.6-0.9 มิลิลิเมตร บริเวณศีรษะที่ต้องการปลูกผมใหม่ แล้วคำนวณกราฟ (เซลล์รากผม) แทนที่ คล้ายการย้ายเซลล์รากผมมาแทนที่สลับตำแหน่ง
 
ขั้นตอนต่างๆ ในการปลูกผมต้องใช้ความละเอียดประณีตและความชำนาญเฉพาะทางของแพทย์อย่างมากเพราะว่าหากแพทย์ไม่ชำนาญเจาะ อาจทำให้เซลล์รากผมหลุดขาดได้ นอกจากจะเกิดปัญหาต่อเซลล์รากผมแล้ว อาจจะส่งผลถึงการปลูกผมใหม่ที่ไม่เป็นธรรมชาติ และผลเสียในระยะเวลาการรักษา
 
ถึงแม้ว่าวิธีนี้จะเป็นการนำเครื่องมือ (Robot) เข้ามาช่วยเก็บกราฟที่แสดงผลออกมาก็จริง แต่ทุกขั้นตอนกลไกของการทำงานต้องผ่านมือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งสิ้น ซึ่งนั้นก็หมายถึงหัวใจของวิธีการนี้คือแพทย์ผู้ทำการรักษาและทีมผู้ช่วยทีมีความชำนาญการปลูกผมเทคนิค FUE ได้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
 
รักษาโดยแพทย์ผู้ชำนาญเฉพาะทาง และ รักษาโดยหุ่นยนต์ ( Robot ) หรือ ใช้เทคนิคผสมผสาน
ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าผลลัพธ์และความแตกต่างขึ้นอยู่ที่ผู้ควบคุมดูแลการรักษาเป็นหลัก เทคนิคการปลูกผม FUE with DHI Hair Transplant จำเป็นต้องใช้ความละเอียดรอบคอบและแม่นยำ หลังจากทำการปลูกผมด้วยเทคนิค FUE with DHI Hair Transplant คนไข้ไม่ควรสัมผัสแผล ซับแผล หรือทำการสระผม รวมทั้งห้ามให้แผลถูกน้ำบริเวณที่ได้ทำการปลูกผมด้วยเทคนิค FUE with DHI Hair Transplant เป็นระยะเวลา 24 ชั่วโมง

การเตรียมตัวก่อนปลูกผม

1. ลูกค้าควรงดรับประทานยา จำพวก วิตามินต่างๆ อย่างน้อย1-3 วัน ก่อนเข้ารับการปลูกผม
2. ในกรณีที่ลูกค้ามีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง
โรคหัวใจ ฯลฯ ท่านจำเป็นต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนปลูกผม
3. แนะนำให้ลูกค้าตัดผมให้สั้น ก่อนเข้ารับการปลูกผม (หากไม่สะดวกให้แจ้งเจ้าหน้าที่)
4. งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด 2-3 วัน ก่อนการปลูกผม
5. ถ้าท่านแพ้ยากรุณาแจ้งให้แพทย์ทราบในวันที่เข้ารับการปรึกษาก่อนปลูกผม
6. ท่านจำเป็นต้องตรวจเลือด ก่อนการปลูกผมอย่างน้อย 3 วัน
7. ในวันปลูกผมแนะนำให้ท่านสวมเสื้อที่มีกระดุมด้านหน้า หรือเสื้อเชิตและ มีญาติมารับ-ส่ง (หากไม่สะดวกให้แจ้งเจ้าหน้าที่ได้ ทางคลินิกมีบริการรับ-ส่ง)

การดูแลหลังจากปลูกผม

1.หลักปลูกผมห้ามให้แผลโดนน้ำในระยะเวลา 24 ชั่วโมงแรก
2.หลังปลูกผมห้ามนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ ควรนอนด้วยหมอนรูปตัวยู หนุนหรือคอราบนอนยกศีรษะสูง
3.งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิดอย่างน้อย 2 สัปดาห์
4.ลดการสูบบุหรี่ลง เนื่องจากบุหรี่จะเป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตและการงอกของเซลล์รากผม
5.งดออกกำลังกายหนัก หรืองดกีฬาที่มีการปะทะประมาณ 2 สัปดาห์
6.งดว่ายน้ำ และซาวน่า เป็นเวลา 1 เดือน
7.เลี่ยงการตากแดดเป็นเวลานานๆ หรือหากต้องออกกลางแจ้ง ควรรัดด้วยผ้าคลุมศีรษะด้วย
8.หลังปลูกผมห้ามแกะ เกา หรือเอามือสัมผัสบริเวณที่ปลูกผม หากรู้สึกคันให้นำทิชชู่ที่สะอาดวางทับแล้วกดตรงที่คันเบาๆ
9.หลังปลูกผม สามารถสระผมได้ตามปกติ โดย 1 เดือนแรกใช้เป็นแชมพูอ่อน หรือแชมพูเด็กก่อน
10.ห้ามแกะสะเก็ดแผลเด็ดขาด! ให้สะเก็ดแผลหลุดเองโดยธรรมชาติ หรือให้ทางทีมแพทย์เป็นผู้แกะสะเก็ดให้
11.งดรับประทานอาหารที่เป็นของแสลง หรือของหมักดอง เพื่อไม่ให้แผลปลูกผมอักเสบ
12.ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ข้อดีของการปลูกผม

1.เพิ่มความมั่นใจในชีวิติ ไม่ว่าจะตัดผม หรือ เซตผมทรงไหนก็ไม่ต้องคอยกังวลอีกต่อไป
 
2.สุขภาพที่ดีขึ้นผลที่ได้จากการปลูกผม เป็นเส้นผมที่มีวงจรชีวิตเหมือนกับเส้นผมปกติ สามารถร่วงและงอกขึ้นมาใหม่ได้
 
3.ผลข้างเคียงน้อย โอกาสที่เกิดการแทรกซ้อนน้อยกว่าการผ่าตัดอื่นๆ

Skinvive